เรื่องย่อ I Need Romance 2012 ตอนที่ 10

ซอกฮยอนหันกลับมาแย่งร่มแล้วถือไว้ตรงกลางระหว่างคุณกับเขา พลางถามว่าการเลิกกันมันง่ายนักใช่ไหม เมื่อยอลแมส่ายหน้าซอกฮยอนก็ถามต่อว่า คุณจะพูดพล่อยๆ แบบงี้ทุกครั้งที่โกรธกันใช่ไหม ยอลแมปฏิเสธและบอกว่าต่อไปนี้คุณจะไม่ทำตัวแย่ๆ แบบนั้นอีก และคุณก็สำนึกผิดแล้ว ซอกฮยอนได้ยินดังนั้นก็เผลอยิ้มออกมา ยอลแมรู้ว่าซอกฮยอนยังรักคุณอยู่และหายโกรธแล้ว จึงเดินเข้าไปเกาะแขนแล้วพยายามถามว่านึกถึงคุณไหม

ตัดกลับมาที่เวลาปัจจุบัน… ยอลแมเกาะเก้าอี้มองถุงเท้าซอกฮยอนพลางแอบค่อนแคะในใจว่า เขายังไม่สำนึกผิด ทั้งๆ ที่ชีวิตของเขาอยู่ในกำมือของคุณ แถมยังไม่เคยพูดว่านึกถึงคุณด้วย หลังเปลี่ยนหลอดไฟเสร็จแล้ว ซอกฮยอนหันมาเห็นถุงเท้ายอลแมจึงยิ้มแล้วบอกว่าถุงเท้ารุ่นนี้ทนดีจริงๆ (ยอลแมเองก็ใส่ถุงเท้าลายทางด้วยเช่นกัน) เขาขยับเผ่านาใกล้ยอลแมแล้วชมว่าคุณฉลาดเลือก จากนั้นก็ใช้นิ้วตีเบาๆ ที่ปลายจมูกของคุณและเดินจากไป ยอลแมรู้สึกเหมือนโดนกดปุ่มสตาร์ท คุณจับปลายจมูกตัวเองด้วยความรู้สึกหนักใจ เพราะเขากำลังทำให้ไฟในตัวของคุณลุกโชน

ขณะกำลังทดสอบรองเท้า ยอลแมถามเพื่อให้นๆ ว่า รู้จักหรือเคยได้ยินว่ามีใครที่โดนแตะปลายจมูกแล้วรู้สึกวูบวาบบ้างไหม จีฮีฟังแล้วรู้สึกแปลกใจ เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องแบบงี้มาก่อน ยอลแมเลยบอกว่าคุณเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าจมูกตัวเองไวต่อการสัมผัสเมื่อวานนี้  จีฮีรู้ว่าใครทำให้ยอลแมศึกษาและทำการค้นพบสิ่งนี้เลยถามว่า "เขาเลียจมูกคุณใช่หรือเปล่า" ยอลแมตอบว่า "ไม่นะ เขาแค่ใช้นิ้วแตะเท่านั้น" (ในเวลาเดียวกันนั้น ซอกฮยอนก็กำลังยิ้มอย่างเป็นสุขเมื่อนึกถึงตอนที่เขาแตะจมูกยอลแม)

ยอลแมแปลกใจว่าทำไมคุณถึงใจสั่นหลังโดนซอกฮยอนแตะปลายจมูก จีฮีแซวว่ายอลแมต้องแฮปปี้แน่ๆ เพราะแค่ลูบจมูกก็รู้สึกซาบซ่านแล้ว คุณจึงขอแตะจมูกยอลแมดูบ้างแต่ยอลแมกลับไม่รู้สึกอะไร ยอลแมจึงขอให้เพื่อให้นผู้ชายคนหนึ่งลองแตะจมูกคุณดู ปรากฏว่ายอลแมยังคงรู้สึกเฉยๆ คุณจึงสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ ชายชายหนุ่มแนะนำให้ยอลแมกลับไปคบกับซอกฮยอนอีกที ยอลแมแย้งว่าคุณกับซอกฮยอนรักๆ เลิกๆ กันมา 5 ครั้งก็ถือว่าเกินพอแล้ว จีฮีย้ำว่าซอกฮยอนทำให้จมูกยอลแมไวต่อการสัมผัส แต่ยอลแมเถียงว่านั่นเป็นความถนัดเฉพาะตัวของคุณเอง

เรื่องย่อ Reply 1994 คิดถึงเธอ ตอนที่ 9

แม้จะมืดค่ำแล้ว แต่นาจองยังคงดักรอซังมินในร้านสะดวกซื้อย่านยอนฮี  แฟนคลับรุ่นน้องคิดว่าค่ำแล้วเลยแนะนำให้คุณมาใหม่พรุ่งนี้ แต่นาจองบอกว่าคุณยืมกล้องพ่อมาได้แค่วันนี้วันเดียวเลยต้องถ่ายรูปซังมินให้ได้ ปรากกฏว่ายูนจินก็กำลังนั่งรอนักร้องคนโปรด "ซอ แทจี" อยู่ในร้านด้วยเช่นกัน (บ้านซอ แทจีอยู่ในละแวกนี้) ทันใดนั้นก็มีรถสีดำคันหนึ่งวิ่งมาจอดติดไฟแดงที่หน้าร้าน นาจองและยูนจินรีบวิ่งออกไปถ่ายรูปชายที่นั่งอยู่ในรถพลางร้องเรียก "พี่คะๆ" และกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง

เมื่อเห็นยูนจินเดินจากไปด้วยสีหน้าปลาบปลื้ม นาจองก็กล่าวอย่างเห็นอกเห็นใจว่า ยูนจินคงนึกว่าคนที่นั่งอยู่ในรถคือ "ซอ แทจี" แฟนคลับรุ่นน้องถามว่า แล้วถ้าในรถคือแทจีจริงๆ ล่ะ นาจองแย้งอย่างมั่นใจว่าเป็นไปไม่ได้ เพราะคุณมีสายตาอันแหลมคม และคุณยังจำได้ว่าก่อนหน้านี้ซังมินขึ้นรถฮุนได แกรนด์ดูเออร์ สีดำ 

ในที่สุดคนขับรถแท็กซี่ก็ปล่อยซัมชอนโปลงแถวๆ ชินชอนโรตารี่ เมื่อซัมชอนโปเหลือบมองมิเตอร์ก็พบว่าค่าโดยสารสูงถึง 20,000 วอน (ราว 624 บาท) ระหว่างส่งเงินให้คนขับตัวเลขในมิเตอร์ก็ขยับเพิ่มเป็น 20,100 วอน (เพิ่มอีกราว 3 บาท) เขามองหน้าคนขับเพื่อให้ขอความเห็นอกเห็นใจ แต่คนขับกลับกระดิกมือรอ เขาเลยต้องควานหาเศษเหรียญในกระเป๋า พอคิดว่าไม่มีเงินเหรียญซัมชอนโปเลยยื่นแบงค์ให้คนขับอย่างเสียไม่ได้ หลังจากนั้นคนขับก็ทอนเงินให้เขาอย่างครบถ้วน ซัมชอนโปได้แต่ถอนใจอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะตอนนี้ 3 ทุ่มกว่าแล้วแต่เขายังไปไม่ถึงหอพักเสียที เขาจึงโทรฯ ไปหาแม่นาจองแต่กลับพบว่าสายไม่ว่าง เพราะแม่ของเขากำลังโทรฯ คุยกับแม่นาจอง

เมื่อนาจองกลับมาถึงบ้านคุณก็ร้องกรี๊ดเสียงดังลั่น เพราะซือเรกีนำชุดชั้นในของคุณมาวางเรียงบนที่นอน ซ้ำยังนำเสื้อในและกางเกงในไปสวมให้ตุ๊กตา แม่นาจองเห็นดังนั้นก็ขำกลิ้ง แต่นาจองไม่เห็นเป็นเรื่องขำทั้งยังรู้สึกโกรธมาก เมื่อแม่ใช้ให้คุณไปนำเสื้อผ้าของพี่ชายออกมาเข้าเครื่องซัก นาจองก็ได้โอกาสแก้แค้น คุณจับพี่ชายถอดเสื้อผ้าทีละชิ้นจนเปลือยกายล่อนจ้อน (อยู่ใต้ผ้าห่ม) หลังนาจองออกจากห้องไปแล้ว  ซือเรกีก็หลอกให้นาจองกลับมาที่ห้องของตนอีกรอบหวังให้คุณช่วยปิดไฟ

เรื่องย่อ Big Man หัวใจและไฟแค้น ตอนที่ 11

ยูนจองไปเยี่ยมดงซอกพร้อมกับเปิดเพลงคลาสสิกให้ลูกชายฟัง หลังยูนจองออกไปแล้ว มีราก็แอบเข้าไปหาดงซอกในห้อง พอเห็นสภาพชายที่ตนรักมีราก็น้ำตาคลอด้วยความสงสารและเป็นห่วง ทันใดนั้นก็มีเสียงคนเปิดประตู มีราจึงรีบเข้าไปหลบในตู้เสื้อผ้า ปรากฏว่าประธานคังและหมอลีเดินเผ่านาในห้อง   หมอลีบอกประธานคังว่าตอนนี้Systemไหลเวียนเลือดของดงซอกยังคงทำงาน (โดยใช้เครื่องช่วย) คาดว่าร่างกายเขาจะอยู่ในสภาพนี้ได้นานถึง 1 เดือน แต่ถ้าปล่อยไว้นานกว่านั้นก็ยากที่ดงซอกจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม
ยูนจองกลับเผ่านาในห้องและถามหมอลีว่าพวกตนต้องรออีกนานเท่าไหร่ คุณสั่งให้หมอลีรีบทำอะไรสักอย่างเดี๋ยวนี้  จะควักหัวใจออกจากอก 'หมอนั่น' หรือจะทำยังไงก็ได้ ประธานคังเห็นยูนจองเริ่มสติแตกจึงรีบนำตัวออกจากห้อง  มีราได้ยินแล้วถึงกับช็อค คุณรู้แล้วว่าทำไมซังโฮถึงสั่งให้คุณไปดูอาการของจีฮยอก ขณะเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำมีรานึกถึงตอนที่ดงซอกหมดสติที่ภัตตาคาร หลังรู้สึกตัวดงซอกบอกคุณว่าตนอาจมีอาการอย่างงี้บ่อยครั้ง เพราะสิ่งที่อยู่ในนี้ (เขาเคาะรอบๆหน้าอกตนเอง) ไม่ใช่ของตน
หลังพายูนจองไปส่งที่บ้านแล้ว ซังโฮก็ได้รับกล่าวว่ามีทัพนักข่าวบุกมาที่โรงพยาบาลเพื่อให้สืบหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกชายอีกคนของประธานคัง (จีฮยอก) ซังโฮจึงสั่งให้ย้ายจีฮยอกออกจากห้องวีไอพีทันที
ในเวลาเดียวกันนั้นมีราก็เดินกลับไปที่ห้องของจีฮยอกดุจคนไร้วิญญาณ คุณหยุดยืนที่ข้างเตียงพลางเหลือบมองเครื่องมือทางการแพทย์ที่รายล้อมรอบตัวเขา หลังจากนั้นก็เก็บรวบรวมความกล้าแล้วค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปที่หน้ากากเครื่องช่วยหายใจ แต่แล้วคุณก็ชักมือกลับด้วยน้ำตาที่ไหลพราก มีราเก็บรวบรวมความกล้าแล้วตั้งสติอีกที จากนั้นก็ค่อยๆ เอื้อมมือไปที่หน้ากากเครื่องช่วยหายใจแบบกล้าๆ กลัวๆ
ทันใดนั้น นิ้วของจีฮยอกก็เริ่มกระดิก  มีราจะดึงหน้ากากเครื่องช่วยหายใจออก แต่แล้วอยู่ๆ จีฮยอกก็สะดุ้งฟื้นด้วยอาการเหนื่อยหอบ เขายังไม่อยากไปจากโลกนี้จึงคว้ามือมีราเอาไว้แน่นและจ้องหน้าคุณเขม็ง ส่วนมีราได้แต่ยืนช็อคและน้ำตาไหลพราก
บทสรุปของละครเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ติดตามชมได้ทางพีพีทีวี
* เนื้อหาโดย luvasianseries 
ดารานำ
คัง จีฮวาน
รับบท คิม จีฮยอก
ลี ดาฮี
รับบท โซ มีรา
ชเว แดเนียล
รับบท คัง ดงซอก
 จอง โซมิน
รับบท คัง จินอา

เรื่องย่อ ชะตารัก ชะตาชีวิต (Pretty Maid)

กำกับ: เหอยกเผย, โจวเจียเหวิน
เขียนบท: หลี่ย่าหลิง
แนวละคร:  ย้อนยุค, ดราม่า
ออกอากาศ: 35
ออกอากาศ: จีน – วันที่ 1 มกราคม 2553 ทางหูหนานทีวี
                   ไทย – ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี  ทางช่อง 3 แฟมิลี่ ตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2558 – 21 พฤษภาคม 2558

เรื่องย่อ
ซางเหล่าซันช่างหินทารุณไฉ่ชิงลูกเลี้ยงที่มีอายุเพียงเก้าขวบ ฉินเยี่ยเซียงเมียเพื่อให้ปกป้องบุตรสาวจึงพลั้งมือฆ่าซางเหล่าซันจนถึงแก่ความตาย ทำให้เยี่ยเซียงถูกเซียวหยู่จางนายอำเภอพิพากษาแขวนคอ

ที่แท้ไฉ่ชิงเป็นบุตรสาวของเยี่ยเซียงและเสิ่นหยวนพ่อค้าเมืองชิงเฉิง ไฉ่ชิงนำจดหมายเลือดของเยี่ยเซียงผู้เป็นแม่ไปขอพึ่งพิงเสิ่นหยวน เสิ่นฮูหยินอี้หยูนำจดหมายเลือดเก็บซ่อนเอาไว้ ทำให้ไฉ่ชิงต้องอยู่ในบ้านสกุลเสิ่นในฐานะสาวใช้

เก้าปีต่อมา ไฉ่ชิง, คุณหนูใหญ่เสิ่นหลิวหยุน และคุณชายรองเสิ่นหลิวเหนียน ทั้งสามเติบโตมาด้วยกัน เสิ่นหลิวเหนียนหลงรักไฉ่ชิงเรื่อยมา เนื่องจากว่าความตายของแม่ทำให้ไฉ่ชิงมีปมในใจจึงไม่กล้ารับรักจากเสิ่นหลิวเหนียน
ไฉ่ชิงดีดพิณในสวนดอกท้อแทนเสิ่นหลิวหยุน เสียงพิณดังแว่วไปถึงเซียวชิงหยี่ลูกชายคนเล็กของเซียวหยูจางประธานสมาคมพ่อค้าเมืองชิงเฉิง เซียวชิงกลับเข้าใจผิดคิดว่าคนที่มีรสนิยมชื่นชอบเสียงพิณเช่นเดียวกับตนคือเสิ่นหลิวหยุน ส่วนเสิ่นหลิวหยุนนั้นได้ถูกหมั้นหมายให้แต่งงานกับฟางเส้าหลิงลูกชายคนโตของฟางอี้จือเพื่อให้นสนิทของเสิ่นหยวนมาตั้งแต่เล็กแล้ว แม้ว่าหลายปีมานี้ไม่มีข่าวคราวสกุลฟางเลย ทว่าหลิวหยุนซึ่งรักมั่นต่อเส้าหลิงนั้นก็เฝ้าคอยการกลับมาของเส้าหลิงเรื่อยมา

ชิงหยี่ตามจีบหลิวหยุน หลิวหยุนขอให้ไฉ่ชิงไล่เตพิดชิงหยี่ไป ด้วยไหวพริบของไฉ่ชิงจึงตั้งเงื่อนไขสามข้อเพื่อให้สร้างความลำบากให้ชิงหยี่ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยกว่าที่ชิงหยี่จะผ่านเงื่อนไขทั้งสามข้อไปได้ ทว่าเสิ่นหยวนและเซียวหยูจางเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน ไม่ว่าอย่างไรก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธการแต่งงาน

ฟางอี้จือเป็นใหญ่ในทัพ ฟางเส้าหลิงเดินทางกลับมาเมืองชิงเฉิงเพื่อให้สูขอหลิวหยุน นึกไม่ถึงว่ากลับพบเห็นไฉ่ชิงในสวนดอกท้อ เส้าหลิงเกี้ยวพาราสีไฉ่ชิง จนมีเรื่องชกต่อยกับหลิวเหนียน เส้าหลิงพบว่าแท้ที่จริงแล้วไฉ่ชิงเป็นสาวใช้ของเสิ่นหลิวหยุนว่าที่เมียของตน เช่นนี้จึงขอร้องหลิวเหนียนช่วยปกปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ ทว่าในใจของเส้าหลิงนั้นกลับไม่สามารถตัดใจจากไฉ่ชิงไปได้

นับแต่นี้เป็นต้นไปไฉ่ชิงก็ตกอยู่วังวนและต้องพัวพันอยู่กับเสิ่นหลิวเหนียน, เซียวชิงหยี่ และฟางเส้าหลิงชายทั้งสามเรื่อยไป

จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์ ตอนที่ 7- 8/1

พระเจ้ากึมวาถูกเจ้ากรมวัง (พี่ชายพระมเหสี) กดดันให้แต่งตั้งองค์ชายแทโซเป็นองค์รัชผู้สืบสกุลแต่พระองค์ยืนกรานว่ายังไม่ถึงเวลา องค์ชายแทโซและพระมเหสีจึงเชื่อว่าพระองค์จะเก็บตำแหน่งนี้ไว้ให้จูมงเลยสั่งให้ "นาโร" นำนักฆ่าไปฆ่าจูมงที่นอกวัง โชคดีที่มียอดความสามารถมาช่วยจูมงเอาไว้ได้ทัน ถึงกระนั้นจูมงก็ถูกดาบของนาโรฟันเข้าที่ท้องจนหมดสติ เมื่อสามหัวขโมย (มารี โออี ฮยอพโพ) มาพบและมองว่าจูมงยังไม่ตาย โออีกับฮยอพโพก็นำจูมงไปให้ "พูยอง" (อดีตสาวใช้ประจำตำหนักเทพที่ถูกจูมงลวนลามจนโดนขับออกจากวัง ปัจจุบันเป็นทาสของโทชิ) ช่วยรักษา ด้วยมองว่าคุณมีความรู้ด้านการแพทย์ เมื่อพบว่าชายคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้นคือจูมง พูยองก็รู้สึกสะดุ้ง

ปรากฏว่ายอดความสามารถที่ไปช่วยจูมงคือองครักษ์ของพระเจ้ากึมวา เมื่อรู้ว่าจูมงถูกรังควานจนได้รับบาดเจ็บพระเจ้ากึมวาก็สั่งให้องครักษ์คนดังที่กล่าวมาแล้วพลิกแผ่นดินหาจูมง นอกจากนี้ พระเจ้ากึมวายังจับตัวนักเล่านิทานมาสอบถามว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือเรื่องคุณหนูยูฮวาตั้งครรภ์ลูกของแฮโมซู เมื่อได้รับคำตอบว่าคนปล่อยข่าวคือเจ้ากรมวัง พระเจ้ากึมวาก็ลงมือฆ่านักเล่านิทานด้วยความโกรธ

เหล่าผู้คุมรู้สึกเบื่อจึงขอให้มูซงเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ยินมาจากในเมืองให้พวกตนฟัง มูซงจึงหยิบยกเรื่องราวของแฮโมซู (ที่ได้ยินมาจากนักเล่านิทาน) มาเล่าให้ทุกคนฟัง แฮโมซูได้ยินมูซงเล่าว่าคุณหนูยูฮวาตั้งครรภ์กับตน จึงเรียกมูซงมาถามว่าเรื่องที่เล่ามาเป็นความจริงหรือเปล่า มูซงตอบว่าตนเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักแต่แหล่งข่าวของตนรับรองว่าเรื่องนี้เป็นความจริง เมื่อถูกถามว่าตอนนี้คุณหนูยูฮวากับลูกอยู่ที่ไหน มูซงตอบว่าตนเองก็ไม่รู้แน่ชัดเพราะมีข่าวลือหลายกระแส แฮโมซูจึงได้แต่รำลึกถึงความหลังด้วยความเจ็บปวดใจ

ยอนทาบัล (ซึ่งจะมาปักหลักค้าขายในพูยอ) หารือกับซายงและโซซอโนเรื่องโตชิ เมื่อรู้ว่าโตชิเริ่มมีอิทธิพลในแคว้นพูยอเมื่อสิบปีก่อนหลังลักลอบนำเข้าเกลือ และปัจจุบันกำไรส่วนใหญ่ที่เขาได้รับก็ยังคงมาจากการลักลอบค้าเกลือเหมือนเช่นเดิม ยอนทาบัลจึงกล่าวว่าโตชิใจกล้ากว่าที่คิด เพราะการค้าเกลือเป็นสิทธิขาดของทางการ ซายงพูดเหน็บว่าโตชิยังไม่กล้าเท่ายอนทาบัลที่ลักลอบค้าอาวุธของพูยอ ยอนทาบัลอึ้งไปชั่วขณะก่อนถามโซซอโนว่าจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร โซซอโนตอบว่าตนจะเล่นงานโตชิตอนที่เขาลักลอบนำเข้าเกลือ และจะยึดเกลือเอาไว้เสียเอง อูแทเตือนว่างานนี้อันตรายเกินไป แต่โซซอโนแย้งว่าถ้าไม่ลองเสี่ยงดูแล้วจะหยุดโตชิได้อย่างไร ถึงยังไงโตชิก็เป็นพ่อค้าของเถื่อน แม้จะโดนพวกตนเล่นงานก็ไม่อาจร้องเรียนใครได้ ยอนทาบัลได้ยินดังนั้นจึงอนุญาตให้โซซอโนจัดการตามที่พูด และเตือนว่าอย่าบีบให้โตชิแปลงเป็นสุนัขจนตรอกเพราะอาจโดนแว้งกัดได้

เรื่องย่อ รักสามเส้า เรา 2 คน (Hyde, Jekyll and I)

กำกับ: โจ ยองกวาง
เขียนบท: คิม จีอุน
แนวละคร:  โรแมนติก, คอมเมดี้, ดราม่า
จำนวนตอน: 20
ออกอากาศ: เกาหลี – 21 มกราคม 2558 – 26 มีนาคม 2558 ทางเอสบีเอส
                    ไทย – ทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 9.00-10.30 น. ทางพีพีทีวี ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2559 – 22 พฤษภาคม 2559

ละคร "รักสามเส้า เรา 2 คน (Hyde, Jekyll and I)" ดัดแปลงมาจากเว็บตูนเรื่อง "Dr. Jekyll Is Mr. Hyde (지킬박사는 하이드씨)" ของ "ลี ชุงโฮ" (คาแรคเตอร์หลักของเว็บตูนดัดแปลงมาจากคาแรคเตอร์ในวรรณกรรม เรื่อง "Strange Case of Dr Jekyll and Mr Hyde" ของนักประพันธ์ชาวสก็อต "โรเบิร์ต หลุยส์ สตีเวนสัน" ซึ่งตีพิมพ์นัดแรกเมื่อปี ค.ศ. 1886 หรือปี พ.ศ. 2429)  

เนื้อหากล่าวถึงเรื่องราวของ "คู ซอจิน" ผู้ให้การชายหนุ่มและผู้สืบสกุลของสวนสนุกวันเดอร์แลนด์ กับ "จาง ฮานา" หัวหน้าคณะการแสดง (เซอร์คัส) ประจำสวนสนุกวันเดอร์แลนด์ เรื่องราววุ่นๆ เริ่มขึ้นเมื่อฮานาเกิดตกหลุมรักชายชายหนุ่มซึ่งเป็นโรคหลายบุคลิก หรือ Dissociative Identity Disorder (DID) ด้านหนึ่งของเขาคือ "คู ซอจิน" ผู้สุดแสนเย่อหยิ่ง เย็นชา เอาแต่ใจ ไร้ซึ่งความเห็นอกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ ไม่เคยรักใคร และกลัวการมีความรัก ส่วนอีกด้านหนึ่งคือ "โรบิน" ผู้สุดแสนอบอุ่น อ่อนโยน จิตใจดี มีความเมตตา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น และทำทุกอย่างเพื่อให้ความรัก ซ้ำยังเป็นฮีโร่ที่เคยช่วยชีวิตฮานานับตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กอีกด้วย

เรื่องย่อ

"คู ซอจิน"  ผู้สืบสกุลรุ่นที่สามของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ยักษ์ "วันเดอร์ กรุ๊ป" และผู้บริหารสวนสนุกใหญ่สุดในเกาหลีที่มีชื่อว่า "วันเดอร์แลนด์" เขาเกิดมาเพียบพร้อมทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็น รูปร่างหน้าตา ฐานะ สติปัญญา และกำลังถูกจับตามองในฐานะว่าที่ซีอีโอคนใหม่ของ "วันเดอร์ กรุ๊ป" ซึ่งครอบครัวของเขาเป็นผู้ก่อตั้ง แม้จะเป็นผู้สืบสกุลสายตรงเพียงคนเดียว แต่หนทางในการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งซีอีโอของเขาใช่ว่าจะราบรื่น เพราะมี  "รยู ซึงยอน" ซึ่งเป็นเครือญาติและผู้บริหารโรงแรมในเครือเป็นคู่แข่งตัวฉกาจ

นอกจากนี้ ซอจินยังต้องทนทุกข์ทรมานกับการเป็นโรคหลายบุคลิก ซึ่งนับเป็นปัญหาใหญ่ที่จะทำให้เก้าอี้ซีอีโอของเขาคลอนแคลนหากมีคนล่วงรู้ความจริง เขาจึงคอยระวังไม่ให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงเกิน 150 ครั้ง/นาที เพื่อให้ป้องกันไม่ให้อีกบุคลิกหนึ่งซึ่งต่างจากบุคลิกเดิมของเขาแบบสุดขั้วปรากฏออกมา มิเช่นนั้นซอจินผู้สุดแสนเย็นชา เอาแต่ใจ ไร้ซึ่งความเมตตา จะแปลงเป็นคนใหม่ที่มีชื่อว่า "โรบิน" ซึ่งเป็นชายชายหนุ่มจิตใจดี สุภาพอ่อนโยน มีทักษะขั้นเทพในด้านการต่อสู้ และมีนิสัยชอบช่วยเหลือผู้อื่น

เรื่องย่อ ฤทธิ์ดาบสุริยะมหากาฬ (The Spirit of the Sword) ตอนที่ 14

บนยอดเขา ศพของนักพรตชื่อซงถูกฝังใกล้เคียงสุสานของหยงหยง จินจู่หยางร้องไห้ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ ทันใดนั้นเอง หูปู้โฉวนำพาศิษย์บู๊ตึ๊งขึ้นมาบนยอดเขา ทุกคนตกตะลึงเมื่อพบว่านักพรตชื่อซงได้มรณภาพ เสียแล้ว

ต้าฉางและจูเอ๋อนั่งสุมไฟอยู่นอกกระท่อม ทันใดนั้นเองก็มีลูกธนูสาดเผ่านา ต้าฉางและจูเอ๋อเห็นเช่นนั้นจึงพากันหลบเข้าไปในกระท่อม ที่แท้ศิษย์บู๊ตึ๊งต้องการคิดบัญชีกับต้าฉางล้างแค้นให้นักพรตชื่อซง ขณะที่ต้าฉางและจูเอ๋อกำลังตกอยู่ในอันตรายนั่นเอง มู่หลางและทัวเฉินพากันบุกเข้าไปช่วยคนทั้งสอง ทั้งสี่พากันหลบหนีไป

อารามเมฆขาว ทันใดนั้นเอง จื่ออีโหวก็นึกขึ้นได้ว่าไม่เป็นการสมควรที่ป้ายวิญญาณของนักพรตชื่อซงและ หยงหยงแยกกัน ด้วยเหตุนี้จื่ออีโหวและพวกจึงพากันขึ้นไปบนยอดเขาอีกที จื่ออีโหวสะดุ้งมากเมื่อพบว่าสุสานของนักพรตชื่อซงถูกขุดขึ้นมา

ขณะที่ทัวเฉินกำลังซื้อขนมเปี๊ยอยู่นั่นเองถูกสมุนของหลีจื่อหยวน จับตาดูการเคลื่อนที่และสะกดรอยตาม ผู้เฒ่าพรรคกระยาจกนำพาศิษย์ปะทะกับหูปู้โฉวและศิษย์บู๊ตึ๊ง ทั้งสองข้างต่อสู้กันอย่างดุเดือด มู่หลางใช้ไหวพริบพาทุกคนหลบหนีเอาตัวรอด เพราะมีม้าเพียงสามตัวเพียงแค่นั้นมู่หลางจึงทั้งสามคนหนีไปก่อน ส่วนตนจะติดตามไปในภายหลัง ทัวเฉินยืนกรานว่าจะอยู่เคียงคู่มู่หลาง มู่หลางและทัวเฉินร่วมแรงร่วมใจกันรับมือกับ หลีจื่อหยวน ขณะที่ทั้งสองกำลังเพลี่ยงพล้ำนั่นเอง สื่อตูเกลี้ยกล่อมมู่หลางให้กับไป๋สุ่ยกง แต่กลับได้รับการปฏิเสธจากมู่หลาง

อีกด้านหนึ่งนั้น ต้าฉางและจูเอ๋อยังคงถูกหูปู้โฉวและพวกตามล่าหมายเอาชีวิต ขณะที่ต้าฉางและจูเอ๋อกำลังจนตรอกนั่นเอง หวังต้าเหนียงปรากฏตัวขึ้นช่วยชีวิตคนทั้งสองไว้โดยพาคนทั้งสองไปยังไป๋สุ่ยกง
ที่โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ทัวเฉินนึกถึงมู่หลางมาก จากคำสนทนาของทัวเฉินและสื่อตู ทำให้สื่อตูเข้าใจถึงจิตใจตนเองมากขึ้น บนถนนใหญ่ ทัวเฉินตกอยู่ในวงล้อมของหวังเตียนและศิษย์บู๊ตึ๊ง หวังเตียนและศิษย์บู๊ตึ๊งบีบบังคับให้ทัวเฉินเปิดเผยสาเหตุการตายของนักพรตชื่อซงออกมา ขณะที่ทัวเฉินกำลังตกอยู่ในอันตรายนั่นเอง ทันใดนั้น มู่หลางก็ปรากฏตัวขึ้นช่วยชีวิตทัวเฉิน มู่หลางกลับถูกลอบรังควานจนถูกจับตัวด้วยกันทั้งคู่

ต้าฉางพักอยู่ข้างในห้องศิลาด้วยความอ่อนล้า ไป๋เยี่ยนจู๋เผ่านาหาต้าฉาง ทันใดนั้น ไป๋เยี่ยนจู๋ก็หวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ได้รู้จักกับฮั่วเฟยเถิง ที่แท้ไป๋เยี่ยนจู๋เลื่อมใสศรัทธาฮั่วเฟยเถิงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เพราะเหตุว่าฮั่วเฟยเถิงและพ่อของนางนัดประลองยุทธกัน ฮั่วเฟยเถิงจึงเดินทางมาหาพ่อของนางตามที่นัด ไป๋เยี่ยนจู๋และฮั่วเฟยเถิงเข้าใจผิดกัน ต่อมา ไป๋เยี่ยนจู๋ถึงรู้ความจริงว่าคนที่เดินทางมาหาพ่อของนางคือฮั่วเฟยเถิง ไป๋เยี่ยนจู๋รู้สึกเขินอายจึงบอกฮั่วเฟยเถิงแต่เพียงว่านางเลื่อมใสศรัทธาฮั่วเฟยเถิงมาช้านานแล้ว

เรื่องย่อ พยัคฆ์ระห่ำมังกรผยองโลก (Crouching Tiger, Hidden Dragon) ตอนที่ 7

ความจริงแล้วนั้น ในสมัยชายหนุ่มๆนั้นอี๋สงหย่วนและเหอเฟยหลงพ่อเหอเจี้ยนเอ๋อได้ผาดโผนในยุทธภพด้วยกัน เพราะเหตุว่าทั้งสองไม่พอใจที่ขุนนางรังแกราษฎร ทั้งสองจึงพากันกับแปดเหลี่ยม ต่อจากนั้นทางการได้พากันกวาดล้างพรรคแปดเหลี่ยม ทำให้พรรคแปดเหลี่ยมต้องแตกสลายลง อี๋สงหย่วนมีวรยุทธล้ำเลิศจึงก่อตั้งสำนักคุ้มภัยสงหย่วนขึ้น ส่วนเหอเฟยหลงนั้นกลับตกต่ำเป็นโจรร้าย ปีเดียวกันนั้นเอง อี๋สงหย่วนคุ้มกันของมีค่าขององค์ชายเหล็กไปเมืองหลวง ระหว่างทางขบวนคุ้มภัยได้ถูกเหอเฟยหลงและพวกเข้าปล้น เหอเฟยหลงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอี๋สงหย่วน เหอเฟยหลงจำได้ว่าอี๋สงหย่วนเป็นพี่น้องของตนซึ่งเคยอยู่ในพรรคแปดเหลี่ยมด้วยกัน ส่วนอี๋สงหย่วนเองก็จำเหอเฟยหลงได้เช่นกัน ทั้งสองจึงลามือกัน เหอเฟยหลงชักชวนอี๋สงหย่วนไปที่ค่ายโจร อี๋สงหย่วนติดตามเหอเฟยหลงไปที่ค่ายโจรแต่โดยดี ขณะที่ทั้งสองดื่มเหล้ารำลึกความหลังกัน อี๋สงหย่วนพบว่าเหอเฟยหลงลอบวางยาพิษรังควานตน ทั้งสองประมือกันอีกรอบ และเหอเฟยหลงก็ต้องจบชีวิตด้วยน้ำมืออี๋สงหย่วนในที่สุด

ในเวลานั้นเหอเจี้ยนเอ๋อยังเล็กอยู่ อี๋สงหย่วนไม่สามารถลงมือฆ่าเด็กน้อยตาดำๆได้เป็นอันขาด อี๋สงหย่วนนำเหอเจี้ยนเอ๋อมอบให้กับเพื่อให้นของตนให้เลี้ยงดูเหอเจี้ยนเอ๋อจนเติบใหญ่ จากนั้นอี๋สงหย่วนก็เดินทางต่อไป สิบห้าปีต่อมา คืนหนึ่งซึ่งพระจันทร์เต็มดวงและลมกระโชกแรงมากได้มีนักฆ่าสองคนพากันบุกเผ่านาที่สำนักคุ้มภัยสงหย่วน ภายหลังที่อี๋สงหย่วนจับกุมนักฆ่าทั้งสองคนไว้แล้วหลังจากนั้นก็ล่วงรู้ว่าเวลานี้เหอเจี้ยนเอ๋อบุตรสาวของเหอเฟยหลงได้เติบโตเป็นสาวแล้ว ทั้งยังมีวรยุทธคุ้มกายอีกด้วย เหอเจี้ยนเอ๋อมาล้างแค้นอี๋สงหย่วนพร้อมกับจางอี้จิ่นสามีของนางซึ่งพึ่งจะแต่งงานกัน อี๋สงหย่วนอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นและสาเหตุการตายของเหอเฟยหลงให้เหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นฟัง เหอเจี้ยนเอ๋อไม่สามารถรับความจริงที่ได้รับฟังมาได้ อี๋สงหย่วนตัดสินใจปล่อยคนทั้งสองไปเพื่อให้ยุติบุญคุณความแค้นที่มีต่อกัน ต่อมา นึกไม่ถึงว่าเหอเจี้ยนเอ๋อและจางอี้จิ่นสามีของนางก็ได้กลับมาล้างแค้นอีกที แต่ทั้งสองก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอี๋สงหย่วน ดังนั้นจึงต้องคว้าน้ำเหลวกลับไปอีกที

เรื่องย่อ ข้ามมิติลิขิตสวรรค์ (Moon Lovers: Scarlet Heart Ryeo) ตอนที่ 4

สาวใช้นามว่า "แชรยอง" รีบลากตัวฮาจินซึ่งยังคงมึนงงและรู้สึกสับสนออกจากรอบๆดังที่กล่าวถึงมาแล้วโดยใช้เส้นทางลับที่เชื่อมต่อกับถ้ำ พลางบอกให้คุณเร่งฝีเท้าตลอดทาง ก่อนหน้านี้แชรยองซึ่งรออยู่ทางด้านนอกมองว่าคุณหนูของตนไม่ออกมาจากถ้ำเสียทีจึงรู้ว่าเกิดเหตุแน่ ติดตรงที่ว่าเหล่าองค์ชายเริ่มลงสระแล้วคุณเลยเข้าไปตามทางด้านในไม่ได้ ฮาจินสงสัยว่าทำไมหญิงสาวตรงหน้าถึงเรียกตนว่าคุณหนูและตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร  พอรู้ว่าที่นี่คือสถานที่อาบน้ำใหญ่สุดในเมืองซงอัก ทั้งยังเห็นกับตาว่าทุกคนที่นี่มีวัฒนธรรมการอาบน้ำและแต่งตัวแบบโบราณ ฮาจินก็นึกว่าตัวเองตายแล้วและกำลังอยู่ในปรโลก หลังคิดได้ดังนั้นสติสัมปชัญญะของคุณก็ดับวูบลง

ในที่สุดองค์ชายสี่และผู้ติดตามก็เดินทางมาถึงประตูวังหลวง ชายจากตระกูลคังคนหนึ่งบอกองค์ชายสี่ว่าตนจะทิ้งคนรับใช้ไว้ให้หนึ่งคน จากนั้นก็กำชับว่าเสร็จพิธีเมื่อไหร่ให้รีบกลับชินจูทันที เขายังเตือนด้วยว่านอกจากจะเป็นองค์ชายแล้ว องค์ชายสี่ยังเป็นคนที่ตระกูลคังของพวกตนรับอุปการะเอาไว้ ดังนั้น จงอย่าลืมเรื่องนี้และขอให้ยกย่องตระกูลของพวกตนกับฝ่าบาทด้วย องค์ชายสี่แย้งว่าที่ผ่านมาตนรู้สึกเหมือนเป็นเชลยของตระกูลคังมากกว่า พูดจบก็ควบม้าเข้าประตูวังตามลำพัง หลังลงจากหลังม้าองค์ชายสี่ก็ชักดาบออกมาฆ่าม้าของตนท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าทหารยาม ("ชเว จีมง" ยืนมององค์ชายสี่อยู่บนป้อมเหนือกำแพงวัง) ทหารคนหนึ่งเตือนองค์ชายสี่อย่างยำเกรงว่าห้ามพกดาบเข้าไปในเขตพระราชฐาน องค์ชายสี่จึงยื่นดาบเปื้อนเลือดของตนให้ทหารคนดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เมื่อทหารคนเดิมถามว่าจะให้ตนเตรียมม้าสำหรับตอนขากลับไหม องค์ชายสี่ตอบว่า "ข้าจะไม่กลับไปอีก" หลังปาดคราบเลือด (ม้า) บนใบหน้าแล้ว องค์ชายสี่ก็เดินตรงเข้าไปในเขตพระราชฐานด้วยความมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจว่าจะไม่กลับไปเป็นเชลยที่ชินจูอีก

ในที่สุดฮาจินก็ฟื้นคืนสติอีกรอบ เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ คุณก็พบว่าตนเองอยู่ภายในห้องนอนแบบโบราณของใครบางคน ภายในห้องมีสาวใช้คนเดิมและหญิงสาวท่าทางขี้โรคคนหนึ่งนั่งเฝ้าไม่ห่าง พอรู้ว่าฮาจินฟื้นแล้วทั้งคู่ก็รีบเผ่านาถามไถ่อาการด้วยความเป็นห่วง ฮาจินเห็นคนที่นี่เรียกตนว่า "คุณหนู" และ "แฮซู" จึงแย้งว่าตนชื่อ "โก ฮาจิน" แชรยอง และ "พระชายาแฮ" ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้ง ฮาจินนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเพิ่งจะจมน้ำเลยเปรยว่าตนคงตายไปแล้วจริงๆ แต่แชรยองชี้ว่าคุณก็แค่เกือบตาย พอรู้ว่าตนเองยังไม่ตายฮาจินก็รู้สึกตกอกตกใจและยิ่งสับสน คุณกวาดตามองไปรอบๆ ก่อนวิ่งออกไปดูนอกห้อง เมื่อพบว่าตนเองอยู่ในยุคโบราณ แถมสาวใช้ทุกคนในบ้านยังก้มศีรษะให้คุณอย่างนอบน้อม ฮาจินก็เริ่มรู้สึกตัวว่านี่ไม่ใช่ความฝัน คุณทั้งปวดหัวและตระหนกตกใจกลัวเพราะไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดกันแน่  

พระชายาแฮเห็นลูกพี่ลูกน้องของตนมีท่าทางแปลกๆ จึงบอกให้แชรยองรีบไปตามหมอ ฮาจินถามพระชายาแฮว่าตนเป็นใคร พอรู้ว่าตนเองอยู่ในร่างของเด็กสาวที่ชื่อแฮซูซึ่งเป็นเครือญาติของพระชายาแฮ (แฮ-มยอง) ฮาจินก็ถึงกับช็อค พระชายาแฮยังบอกอีกว่าคุณกำลังอยู่ในเมืองซงอัก และที่นี่ก็คือจวนขององค์ชายแปด "วังอุก" พอใช้ได้ยินว่าตนเองอยู่ในเมืองซงอัก ฮาจินก็เดาออกว่าตนย้อนเวลามาอยู่ในยุคโครยอ  คุณจึงถามต่อว่าพระราชาองค์ปัจจุบันเป็นใคร พระชายาแฮตอบด้วยสีหน้าเป็นกังวลใจว่าพระราชาองค์ปัจจุบันคือผู้สถาปนาอาณาจักรโครยอ ฮาจินได้ยินดังนั้นจึงรู้ได้ทันทีว่านี่คือรัชสมัยของ "พระเจ้าแทโจ" (วังกอน) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์โครยอ

ปี ค.ศ. 941 (พ.ศ. 1484) หรือปีที่ 24 ในรัชสมัยพระเจ้าแทโจ

เรื่องย่อ จูล่ง ขุนพลเทพสงคราม (Chinese Hero Zhao Zi Long) ตอนที่ 7

ระหว่างจื่อหลง [จูล่ง] และสองพี่น้องสกุลหลิ่วกำลังนั่งรอหน้ากาก ได้มีกลุ่มโจรภูเขาบุกมาปล้นทรัพย์ราษฎรในตลาดอย่างไม่ยำเกรงกฏหมายบ้านเมือง ทั้งสามได้ยินราษฎรคุยกันว่านายอำเภอคนใหม่ที่พึ่งจะมารับตำแหน่งเมื่อวานซืนถูกโจรภูเขาฆ่าตายแล้ว โจรพวกนี้ดีแต่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไปวันๆ หลิ่วเซิ่นบอกจื่อหลง [จูล่ง] ว่าก่อนหน้านี้ตนเคยได้ยินมาว่าโจรบนเขาหู่หยาทั้งโหดร้ายและป่าเถื่อน แต่นึกไม่ถึงว่าจะต่ำทรามถึงเพียงนี้ ฉิงเอ๋อร์เสริมว่าตนเห็นแล้วสงสารประชาชนตาดำๆ ที่ต้องใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างหวาดผวา จื่อหลง [จูล่ง] ได้แต่ฟังอย่างครุ่นคิดและหันไปมองหน้ากากของตนที่ยังคงแช่อยู่ในน้ำ (ช่างทำหน้ากากกลัวโจรภูเขาจึงทิ้งร้านหลบหนีไป)

ในขณะที่ราษฎรต่างพากันเดือดร้อน ทุกข์ยาก แต่ต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] กลับจัดงานวันเกิดของตนในท้องพระโรงอย่างหรูหราและยิ่งใหญ่ (ซ้ำยังนั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร)  หมายใช้โอกาสนี้นำกระบี่วิเศษคู่บ้านคู่เมืองทั้งสองเล่มมาอวดเหล่าขุนนางและแขกที่มาร่วมงาน แต่แล้วหลี่ว์ปู้ [ลิโป้] กลับได้รับแถลงการณ์ว่าเซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] ทำงานไม่สำเร็จ หลังหลี่ว์ปู้ [ลิโป้] ออกไปพบเซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] ทางด้านนอก "จางเวิน" [เตียวอุ๋น] ได้ลุกขึ้นทวงถามต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] ว่าเมื่อไหร่จะนำกระบี่วิเศษคู่บ้านคู่เมืองออกมาให้ทุกคนยลโฉมตามที่พูด ต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] จึงบอกให้จางเวิน [เตียวอุ๋น] ใจเย็นๆ ถ้าตนอยากให้ดูเมื่อไหร่ก็จะได้ดูเอง

หลังรู้ว่าเซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] กลับมามือเปล่า หลี่ว์ปู้ [ลิโป้] จึงออกอุบายแก้ไขสภาพการณ์ด้วยการให้ "หลี่หรู" [ลิยู] เสนอให้มีการประลองทักษะระหว่างเหล่าขุนพล หากใครเป็นผู้ชนะจะได้สายคาดเอวที่ประดับด้วยหยกของต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] หลังหลี่ว์ปู้ [ลิโป้] เป็นผู้ชนะ ต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] ก็ประกาศว่าหลี่ว์ปู้ [ลิโป้] ไม่เพียงเป็นลูกชาย (บุญธรรม) ตนแต่ยังเป็นผู้ปกป้องบ้านเมือง ตราบใดที่มีตนและลูกชายอยู่ที่นี่ราชสำนักจะรุ่งเรืองและยิ่งใหญ่ดุจเขาไท่ซาน ดังนั้นพวกกบฏอย่าง เฉาเชา [โจโฉ], "หยวนเซ่า" [อ้วนเสี้ยว] และคนอื่นๆ จึงเป็นเพียงกบฏกิ๊กก๊อกที่ไม่ควรค่าแก่การเอ่ยถึง "หวังอวิ่น" [อ้องอุ้น] อ่านเกมออกจึงรีบลุกขึ้นแสดงความยินดีที่ต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] มีของวิเศษที่ช่วยปกป้องบ้านเมืองอย่างหลี่ว์ปู้ [ลิโป้] เพราะอย่างงี้เขาจึงไม่จำเป็นต้องวิตกกับเรื่องที่ไม่ได้ดั่งใจเพราะความสงบสุขอยู่ใกล้แค่เอื้อม ต่งจั๋ว [ตั๋งโต๊ะ] ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ

หลังแก้ไขสภาวะได้สำเร็จหลี่ว์ปู้ [ลิโป้]  จึงบอกเซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] ว่าโชคดีที่ตนรับมือทัน หากพ่อบุญธรรมของตนรู้ว่าเขาทำงานล้มเหลวคงไม่เอาไว้แน่ หลี่ว์ปู้ [ลิโป้] สนิทกับเซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] เลยไม่อยากเห็นเขาโดนลงโทษจึงบอกว่าจะออกหน้าแก้ตัวและช่วยประวิงเวลาให้ แต่เซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] ต้องรีบกลับไปหาเบาะแสของกระบี่ชิงกังและให้ตามสืบอย่างลับๆ เพราะเกรงว่าจื่อหลง [จูล่ง] จะไหวตัวทันและหนีออกจากเมืองไปเสียก่อน และเพื่อให้ให้การตามหากระบี่วิเศษทั้งสองง่ายขึ้น หลี่ว์ปู้ [ลิโป้] จึงทำเรื่องย้ายเซี่ยโหวเจี๋ย  [แฮหัวเกี๊ยด] ไปเป็นเจ้าเมืองฉางซานและให้ตั้งรกรากเป็นการถาวรตรงนั้น โดยบอกว่าเป็นคำสั่งของทางราชสำนักและมีผลวันนี้