เรื่องย่อ สงครามริษยา (Woman of Dignity)

กำกับ: คิม ยุนชอล
เขียนบท: แพ็ค มีคยอง
แนวละคร: เมโลดราม่า
จำนวนตอน: 20
ออกอากาศ: เกาหลี – 16 มิถุนายน 2560 – 19 สิงหาคม 2560 ทางเจทีบีซี
                      ไทย – ทุกวันจันทร์ เวลา 23.10 – 00.12 น. ทางช่อง 7 สี (หมายเลข 35) ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2561 – 28 พฤษภาคม 2561
ละคร "สงครามริษยา (Woman of Dignity)" ออกอากาศทางช่องเคเบิ้ลเจทีบีซีเนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ 5 ปีของทางสถานี โดยทำเรตติ้งสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของช่อง และเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดเป็นชั้นสี่ในประวัติศาสตร์ทีวีเคเบิ้ลเกาหลี รองจากละครเรื่อง Reply 1988, ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) และ สัญญาณลับ ล่าผ่านเวลา (Signal)

เรื่องย่อ
* จาก ช่อง 7 สี

"สงครามริษยา (Woman of Dignity)" เป็นละครดราม่าสุดเข้มข้นที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่องเจทีบีซี แซง "สาวน้อยจอมพลัง โด บงซุน (Strong Woman Do Bong Soon)" ซึ่งเป็นผลงานจากคนเขียนบทคนเดียวกัน และมีดารามากทักษะร่วมแสดงในเรื่องนี้ ได้แก่ "คิม ฮีซอน" แสดงเป็นหญิงสาวที่มีชีวิตแสนจะบริบูรณ์แบบ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตอันหนักหน่วง "คิม ซอนอา" หญิงสาวที่มีชีวิตที่ยากลำบาก ต้องการอยู่จุดสูงสุด แม้ต้องใช้สารพัดกลโกงเพื่อให้ให้ได้มาซึ่งฐานะ และอำนาจ โดยทั้ง 2 ดาราได้ประชันหน้าที่กันอย่างถึงอารมณ์คนดูแน่ๆ

เกียรติยศ และศักดิ์ศรี สิ่งที่ผู้หญิง 2 คนมีแตกต่างกัน " อูอาจิน" หญิงสาวที่มีทุกอย่างเพียบและฐานะ เงินทอง และครอบครัวที่เป็นชนชั้นสูง คุณใช้ชีวิตสุขสบายอย่างเป็นสุข ท่ามกลางกลุ่มแม่บ้านระดับเดียวกัน อยู่บ้านหรูหรา พร้อมหน้าสามี และลูก อย่างสุขสบาย แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็พลิกผันชีวิตของคุณให้ต้องประสบมรสุมครั้งใหญ่ เมื่อคุณต้องพบกับ "ปาร์ค บ๊กจา" ซึ่งมาสมัครเป็นคนดูแลพ่อสามีซึ่งกำลังป่วย เมื่อเผ่านาอยู่ในบ้านก็ได้ใช้เล่ห์ทุกอย่างจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งคุณหญิงของบ้าน แล้วความวุ่นวายต่างๆ ก็ตามมา ทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในบ้าน และสามีแอบไปมียก้ ต่อมาวันหนึ่ง ปาร์ค บ๊กจา ถูกพบเป็นศพหลังโดนรังแกด้วยของแข็งที่ศีรษะ คนในครอบครัวล้วนมีแรงจูงใจให้ฆ่าคุณได้ทั้งสิ้น เพราะคุณได้สร้างศัตรูไว้อย่างมาก ใครคือฆาตกรตัวจริง ติดตามชมได้ใน “สงครามริษยา (The Lady in Dignity)”

เรื่องย่อ 7 วันบัลลังก์ราชินี (Queen for Seven Days) ตอนที่ 5

ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองกอชาง "ชิน แชคยอง" ช่วยนวดท้องพลางผิวปากให้ลาท้องผูกของราษฎรฟัง (เสียงผิวปากของคุณมีผลต่อปฏิกิริยาของสัตว์) หลังช่วยให้ลาขับถ่ายได้สำเร็จคุณจึงแนะวิธีทำปุ๋ยคอก เมื่อเจ้าของลาพาบุตรสาวมาขอบคุณแชคยองที่ช่วยให้ลาของตนหายท้องผูกเสียที  แถมพวกตนยังมีรายได้จากการขายมูลลาอีกต่างหาก (เจ้าของลาเรียกแชคยองว่า "คุณหนู") แชคยองจึงบอกว่านั่นเป็นเพราะคุณกับบุตรสาวเจ้าของลาเป็นเพื่อให้นกัน หลังจากนั้นคุณก็รีบวิ่งกลับบ้านเพราะกลัวโดนพี่เลี้ยงดุที่เนื้อตัวมอมแมมอีกตามเคย ครั้นเห็นต้นไม้ใหญ่กำลังจะยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ แชคยองจึงเปรยว่าอาการหนักอย่างงี้ต่อให้ใส่ปุ๋ยคอกก็คงเอาไม่อยู่ คุณนึกขึ้นได้ว่าลืมของบางสิ่งบางอย่างจึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเจ้าของลา ทำให้ได้ยินสองแม่ลูกพูดคุยกัน

"กาฮี" ผู้เป็นบุตรสาวอวดว่าแชคยองช่วยรักษาลาเพราะพวกตนเป็นเพื่อให้นกัน แม่ของคุณแย้งว่าชนชั้นต่ำอย่างพวกตนจะเป็นเพื่อให้นกับชนชั้นสูงได้อย่างไร คุณเตือนลูกว่าอย่าทำตัวตีเสมอและต้องให้ยกย่องให้เกียรติหญิงสูงส่งอย่างแชคยอง กาฮีสวนกลับว่า ไหนแม่เคยบอกว่าแชคยองเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง และให้ตนดีกับแชคยองมากๆ เพราะคุณเป็นเด็กที่น่าสงสาร ครั้นโดนแม่ดุว่าพูดมาก กาฮีก็โวยลั่นว่าตนพูดผิดตรงไหนในเมื่อพ่อแม่ของแชคยองใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฮันยาง (เมืองหลวง) แต่แชคยองกลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในหมู่บ้านเล็กๆ โดยมีเพียงพี่เลี้ยงคอยดูแล แถมแม่ยังเคยบอกด้วยว่าแชคยองน่ารำคาญ แชคยองได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเศร้าใจ

เมื่อกลับถึงบ้านแล้วเห็นข้ารับใช้ของพ่อนำจดหมายมาส่งแชคยองจึงรู้สึกดีใจ แต่แล้วหลังจากนั้นก็ต้องผิดหวังเมื่อพ่อไม่อนุญาตให้คุณไปหาที่ฮันยางอีกตามเคย ซ้ำยังบอกด้วยว่าอีกไม่นานพ่อกับแม่จะเดินทางมาที่นี่ ครั้นเห็นแชคยองโวยลั่น พี่เลี้ยงจึงบอกให้คุณเลิกหวัง แชคยองสงสัยว่าคุณเกิดมาทำไม จึงถามพี่เลี้ยงด้วยเสียงอันดังลั่นว่าถ้าพ่อกับแม่ต้องการซุกคุณไว้ในหมู่บ้านเล็กๆ แล้วจะให้คุณเกิดมาเพื่อให้อะไร เมื่อพี่เลี้ยงปรามว่าอย่าพูดเช่นนั้น แชคยองจึงสวนกลับทันควันว่าถ้าเช่นนั้นเป็นเพราะอะไร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอยู่ดี พอเห็นพี่เลี้ยงแอบยื่นจดหมายให้ข้ารับใช้ชายหนุ่มโดยกำชับว่าต้องส่งให้ถึงมือใต้เท้าชิน (พ่อของแชคยอง) เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก แชคยองจึงชะโงกหน้าดูจดหมายด้วยความสงสัย

อีกด้านหนึ่งในเมืองฮันยาง "นายหญิงควอน" (แม่แชคยอง) แทบช็อคเมื่อทราบข่าวเรื่องการอภิเษกระหว่างบุตรสาวตนกับองค์ชายชินซอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณกับสามีต้องแบกรับความเจ็บปวดที่ต้องพลัดพรากจากบุตรสาว แต่สุดท้ายการซ่อนลูกไว้ในที่ห่างไกลกลับไม่เป็นผลและสูญเปล่า ที่แชคยองต้องเร้นกายในชนบทห่างไกลเป็นเพราะคุณไม่อาจข้องแวะหรือเกี่ยวดองกับสมาชิกราชวงศ์  (เป็นการหลีกเลี่ยงโชคชะตา) นึกไม่ถึงว่าต่อให้หนีไปไกลสุดหล้าก็ไม่อาจหลีกหนีโชคชะตา แถมว่าที่คู่ครองของคุณยังเป็นถึงพระอนุชาของฝ่าบาทอย่างองค์ชายชินซอง

เรื่องย่อ องค์หญิงสวมรอย (Untouchable Lovers) ตอนที่ 8

หลิวเซ่อคิดสร้างคุณงามความดีความชอบจึงบอกองค์หญิงว่า ตนจับตัวการที่ทำให้องค์หญิงพลัดตกลงไปในคลองได้แล้วจึงนำตัวมาให้องค์หญิงสอบปากคำและลงโทษ ปรากฏว่าคนที่ถูกหลิวเซ่อกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายคือเด็กผู้ชายที่โบกผ้าสีแดง หลิวเซ่ออ้างว่าเด็กชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วจงใจใช้สีแดงยั่วให้วัวคลั่งเป็นเหตุให้องค์หญิงตกลงไปในน้ำ เด็กคนนี้คิดฆ่าเชื้อพระวงศ์จึงสมควรโดนประหารต่อหน้าธารกำนัลเพื่อให้ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็รีบปฏิเสธและร้องขอชีวิต หลิวซางแย้งว่าเขาเป็นแค่เด็ก 8-9 ขวบที่ยังไม่รู้ความจะทำให้วัวคลั่งได้อย่างไร เด็กชายชี้ว่านั่นเป็นนัดแรกที่ตนได้พบองค์หญิงผู้สูงส่งและเลอโฉม (จูเชว่ได้ยินแล้วเป็นปลื้ม) แต่ตนเห็นหน้าองค์หญิงไม่ถนัดจึงโบกผ้าแดงเพื่อให้ให้องค์หญิงหันมามอง หลิวเซ่อจะสร้างผลงานให้ได้เลยยืนกรานว่าถึงอย่างไรเด็กก็ผิดที่โบกผ้าสีแดงแทนที่จะใช้ผ้าสีอื่น เขาจึงขอให้องค์หญิงลงโทษประหารทั้งครอบครัวเพราะเชื่อว่ามีผู้ใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหน้า เด็กชายคนดังที่กล่าวถึงแล้ววิงวอนว่าอย่าฆ่าครอบครัวตน และรับรองว่าตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าสีแดงทำให้วัวคลุ้มคลั่ง

จูเชว่จะอ้าปากพูดแต่หรงจื่อชิงแย้งว่า สีแดงไม่ได้ทำให้วัวคลั่งแต่การโบกมือไปมาต่างหากที่เป็นตัวกระตุ้นให้วัวหงุดหงิดและคลุ้มคลั่ง เขาจึงเชื่อว่าเด็กไม่มีเจตนาทำให้องค์หญิงตกน้ำ ครั้นหลิวเซ่อกล่าวหาหรงจื่อว่าเข้าข้างคนร้ายที่คิดฆ่าองค์หญิง หลิวซางจึงแย้งว่าหรงจื่อไม่มีทางทำเช่นนั้น เขาก็แค่สงสารผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหลิวเซ่อกล่าวหาโดยไม่มีมูล หลิวเซ่อจะโวยวายแต่จูเชว่ชิงตัดบทด้วยการสั่งให้หลิวเซ่อลองพิสูจน์ดูว่าสีแดงหรืออากัปกิริยาของมนุษย์กันแน่ที่เป็นต้นเหตุให้วัวคลั่ง ครั้นถูกสั่งให้ถอดเสื้อคลุมสีเขียวออกมาโบกล่อวัว หลิวเซ่อจึงยอมทำตามเพราะเชื่อว่าวัวไม่ไล่ขวิดสีเขียวแน่ แต่สุดท้ายก็ถูกวัวขวิดจนได้ หลิวซางเห็นดังนั้นจึงขอให้องค์หญิงเมตตาเด็กที่ถูกกล่าวหาเพราะเขาไม่ได้มีเจตนาทำให้วัวตื่นตระหนก จูเชว่จึงสั่งให้ปล่อยตัวเด็กชายและให้คนพาหลิวเซ่อไปรักษาอาการบาดเจ็บ

หลังเรื่องคลี่คลายจูเชว่จึงสั่งให้ทุกคนแยกย้าย แต่เหล่าเหมินเค่อยังคงยืนนิ่ง (เพราะองค์หญิงยังไม่ลุกจากที่นั่ง) จูเชว่บอกว่าคุณจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักครู่แต่เหล่าเหมินเค่อยังคงยืนรอพลางส่งสายตาถามหรงจื่อโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อหรงจื่อบอกให้ทุกคนทำตามคำสั่งองค์หญิง เหล่าเหมินเค่อจึงยอมสลายตัวแต่โดยดี

เรื่องย่อ สามชาติ สามภพ ป่าท้อสิบหลี่ (Eternal Love) ตอนที่ 7

เทพม่อเยวียนพึ่งกลับมาถึงคุนหลุนซวีแต่ก็รู้ได้ทันทีว่าซืออินกับจื่อหลานหนีไปเที่ยวแดนมนุษย์อีกตามเคย ศิษย์พี่ใหญ่ "เตี๋ยเฟิง" รีบออกโรงรับรองว่าทั้งคู่แค่ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และไม่ได้ก่อเรื่อง ถึงกระนั้นเทพม่อเยวียนก็ไม่คิดเอาผิดทั้งคู่ตั้งแต่ต้น เขาอ้างว่าตนรู้สึกเหนื่อยจึงบอกให้ทุกคนยกเว้นซืออินออกไปก่อน ที่แท้เมื่อวานขณะเดินทางกลับคุนหลุนซวี เทพม่อเยวียนอุตส่าห์แวะป่าท้อสิบลี้เพื่อให้นำเหล้าดอกท้อของเทพเจ๋อเหยียนมาฝากซืออินสามไห เพราะจำได้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของซืออิน (เหล้าดอกท้อของเทพเจ๋อเหยียนได้รับยกย่องว่าเป็นสุรารสเลิศ และซืออินก็ชอบดื่มมาตั้งแต่เยาว์วัย) ซืออินเดินถือเหล้าสองไหออกจากโรงเก็บเหล้าอย่างแฮปปี้ แต่แล้วอยู่ๆ ก็ถูกใครบางตัวลักพาตัวทำให้ไหเหล้าร่วงลงพื้่นแตกกระจาย "ลิ่งอวี่" (ศิษย์คนที่เก้าของเทพม่อเยวียน) ได้ยินเสียงไหเหล้าแตกจึงรีบวิ่งออกมาดู ครั้นมองว่าผู้บุกรุกไปมาไร้ร่องรอยเขาก็รู้สึกแปลกใจ

เมื่อซืออินรู้สึกตัวก็พบสตรีชุดขาวนั่งอยู่ตรงหน้า ครั้นรู้ว่าแท้จริงแล้วคุณคือเทพเหยากวงซึ่งเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่เทพม่อเยวียน ซืออินจึงนึกถึงคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ที่เคยบอกว่า เทพเหยากวงหลงรักอาจารย์ (ข้างเดียว) มานานจึงลงทุนย้ายตำหนักมาอยู่ที่คุนหลุนซวีหวังกระชับความเกี่ยวพัน ซืออินเดาว่าเทพเหยากวงคงคิดใช้ตนเป็นเหยื่อ  หมายล่อให้อาจารย์ออกมาต่อสู้เพื่อให้ที่เขาจะได้ประทับใจในความสามารถอันฉกาจฉกรรจ์ของคุณ (ซึ่งเป็นสิ่งที่เทพเหยากวงพยายามทำมาโดยตลอดแต่ไม่เป็นผล) แต่ความจริงแล้วเทพเหยากวงหึงจนหน้ามืดตามัวเลยคิดพรากซืออินไปจากม่อเยวียน สาวใช้เหยากวงชี้ว่าจิ้งจอกชายหนุ่มรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างซืออินคิดยั่วยวนเทพม่อเยวียนให้ลุ่มหลงและเดินผิดทางจึงนับเป็นความผิดอันใหญ่หลวง ถือว่ายังโชคดีที่ท่านเทพหญิงของตนมีใจเมตตา ดังนั้นนับจากวันนี้ซืออินจำเป็นที่จะต้องมาเป็นศิษย์ติดตามรับใช้เทพเหยากวง และตั้งอกตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อให้ขัดเกลาจิตใจ

ซืออินปฏิเสธทันควันโดยกล่าวว่าตนฝากตัวเป็นศิษย์เทพม่อเยวียนแล้ว จากนั้นก็ประณามเทพเหยากวงที่ใช้วิธีการอันสกปรกและน่าละอายหมายเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายที่คุณหลงรักข้างเดียว ซืออินชี้ว่าที่อาจารย์ดีกับตนเป็นเพราะสงสารตนที่เกิดมาอาภัพ ประกอบกับสหายเก่าได้ฝากฝังตนเอาไว้ เทพเหยากวงลักพาตนมาที่นี่ ไม่เพียงบีบให้ตนเป็นศิษย์ติดตามรับใช้แต่ยังกักขังตน แค่นิ้วเดียวของอาจารย์ตนก็ดีมากยิ่งกว่าเทพเหยากวงร้อยเท่าพันเท่า ดังนั้นจงอย่าหวังว่าตนจะยอมก้มหัวเป็นศิษย์เทพที่หลงผู้ชายจนหน้ามืดตามัวอย่างคุณ เทพเหยากวงได้ยินดังนั้นจึงสั่งสอนด้วยการจับซืออินไปขังและทรมานในคุกน้ำสามวัน (คุกน้ำของเทพเหยากวงถือว่าโหดร้ายกว่าคุกน้ำที่อื่น ตอนแรกน้ำข้างในจะสูงระดับเอว แต่ทุกๆ ครึ่งชั่วยาม  (ทุกหนึ่งชั่วโมง) ระดับน้ำจะค่อยๆ สูงขึ้นจนมิดศีรษะทำให้คนที่ถูกกักขังหายใจไม่ออก ถึงกระนั้นก็ไม่ทำให้ถึงตาย เพราะหลังจากนั้นระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลง ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะขาดอากาศเป็นระยะๆ)

เรื่องย่อ รักใสใส หัวใจ 4 ดวง (Meteor Garden 2018) ตอนที่ 5

หลังมีลูกค้าโทรฯ มาสั่งอาหาร 20 กล่อง แม่จึงวานให้ซานไช่ช่วยนำไปส่ง ครั้นพบว่าจุดหมายปลายทางเป็นตึกที่ค่อนข้างรกร้างซานไช่ก็รู้สึกแปลกใจ ปรากฏว่าคนที่สั่งอาหารคือเต้าหมิงซื่อ ซานไช่จะรีบกลับ แต่เขาขอพิจารณาดูก่อนว่าอาหารตรงตามที่สั่งหรือเปล่า ครั้นเต้าหมิงซื่อเปรยว่าอาหารไม่น่ากินเลยสักนิด ซานไช่จึงแย่งกล่องอาหารในมือเขากลับคืน ก่อนบอกว่าถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องกินคุณจะได้ขนกลับ เต้าหมิงซื่อแย่งกล่องอาหารกลับพลางแย้งว่าตนเป็นคนจ่ายเงิน จะกินเองหรือให้ใครกินมันก็เรื่องของตน ซานไช่รู้ว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งและหาเรื่องคุณ แต่คุณรับไม่ได้ที่เขาไม่เห็นคุณค่าของอาหารที่แม่คุณตั้งมั่นทำอย่างสุดความสามารถ ครั้นโดนซานไช่ตำหนิ เต้าหมิงซื่อจึงเตือนว่าตนเป็นลูกค้า ซานไช่ยืนกรานว่าคุณจะรักษากิริยามารยาทกับลูกค้าที่ดีและคู่ควรแค่นั้นหลังถูกประณามว่าเป็นขยะสังคม เต้าหมิงซื่อก็ฟิวส์ขาดถึงขั้นสาดอาหารใส่หน้าซานไช่ ครั้นรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปเขาก็ออกตัวว่าคุณหยามตนก่อน (เขารู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าคุณ) ซานไช่โกรธจนพูดไม่ออกเลยได้แต่เดินจากไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า

ซานไช่เห็นก็อกน้ำเลยคิดที่จะแวะทำความสะอาดคราบสกปรกบนเสื้อผ้าและใบหน้าก่อนกลับบ้าน เมื่อชายชายหนุ่มสองคนผ่านมาเห็น จึงเผ่านาแทะโลมและพยายามฉุดคุณไปลวนลาม โชคดีที่ฮัวเจ๋อเล่ยมาพบเข้าเสียก่อนจึงช่วยคุณไว้ได้ทัน ซานไช่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จึงนั่งร้องไห้ต่อหน้าฮัวเจ๋อเล่ย ก่อนตัดพ้อว่าทำไมเต้าหมิงซื่อถึงใจร้ายกับคุณเช่นนี้ ฮัวเจ๋อเล่ยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ซานไช่ซับน้ำตาและเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้า จากนั้นก็ทำท่าหกสูงพลางแนะว่าเวลาอยากร้องไห้ให้ทำท่านี้ น้ำตาจะได้ไม่ไหลออกมา

คืนนั้นเหล่าเอฟโฟร์ตามมาหลอกหลอนและกลั่นแกล้งซานไช่ถึงในฝัน หลังตื่นนอนตอนเช้าแล้วนึกถึงวีรกรรมของเต้าหมิงซื่อ ซานไช่จึงตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อย่างกล้าหาญ โดยยึดเอาคำพูดของอาจารย์ที่บอกว่า "ทักษะของมนุษย์เรามีขีดจำกัด แต่ความมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจไร้ซึ่งขีดจำกัด" เป็นแรงบันดาลใจ ครั้นเห็นเต้าหมิงซื่อที่มหาวิทยาลัยคุณจึงร้องเรียกเขา จากนั้นก็วิ่งเข้าไปหาก่อนกระโดดถีบหน้าเขาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ เต้าหมิงซื่อถึงกับล้มลงไปนอนแน่นิ่ง ซานไช่ควักไพ่โจ๊กเกอร์ (ของเอฟโฟร์) ออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางบอกว่า "ใครอยากเล่นไพ่กับนาย คนอย่างชั้น…"ต่งซานไช่" ไม่มีวันยอมให้ใครมารังแก" พูดจบคุณก็ปาไพ่ใส่เต้าหมิงซื่อแล้วเดินจากไป

เรื่องย่อ ดาบมังกรหยก (Heavenly Sword and Dragon Slaying Sabre) ตอนที่ 9

เมื่อรู้สึกตัวอีกรอบอวี๋ไต้เหยียนก็พบว่าตนถูกหญิงสาวคนหนึ่งนำตัวมาที่สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน [เหล็งมึ้ง] แม้ขยับตัวไม่ได้และสายตายังคงพร่ามัวแต่เขาได้ยินทุกอย่าง ครั้นหญิงสาวคนดังกล่าวข้างต้น (ซึ่งแต่งกายเลียนแบบผู้ชาย) ขนทองสองพันตำลึงมาเป็นค่าจ้างในการส่งอวี๋ไต้เหยียนกลับสำนักอู่ตัง "ตูต้าจิ่น" [โตวไต้กิ้ม] หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหลงเหมินจึงชี้ว่างานที่มีเงื่อนงำหรือมีที่มาไม่กระจ่างพวกตนไม่รับ (เป็นเงื่อนไขปกติของสำนัก) หญิงสาวกล่าวว่าต่อให้เขารับงานนี้ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่าย เพราะคุณมีเงื่อนไขสามข้อ หนึ่งหัวหน้าสำนักคุ้มภัยต้องไปส่งด้วยตนเอง สองต้องเร่งรุดเดินทางจากเมืองหลินอันไปยังเขาอู่ตังที่เมืองเซียงหยางโดยไม่หยุดพักทั้งกลางวันและกลางคืน ภายในสิบวันต้องส่งคนถึงมือเจ้าสำนักจางซานฟง สามหากมีเรื่องผิดพลาดคุณจะฆ่าทุกคนในสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน

หลังโดนท้าทาย ประกอบกับได้ค่าจ้างสูงลิ่ว ในที่สุดสำนักคุ้มภัยหลงเหมินก็ยอมรับงานนี้ เมื่อตูต้าจิ่นและพวกเดินทางมาถึงเชิงเขาอู่ตัง อยู่ๆ ก็มีชายหกคนซึ่งแต่งกายเหมือนศิษย์สำนักอู่ตังควบม้ามาดักหน้าก่อนที่ทุกคนจะผ่านเข้าประตูสำนัก ตูต้าจิ่นรีบแนะนำตัวก่อนร้องถามชื่อแซ่ของชายทั้งหก หนึ่งในนั้นถามกลับว่าตูต้าจิ่นมาที่นี่ในวันนี้ด้วยเหตุผลใด  ตูต้าจิ่นชี้ว่าตนถูกว่าจ้างให้มาส่งผู้บาดเจ็บบนเขาแห่งนี้และต้องส่งเขาให้ถึงมือเจ้าสำนักจาง ที่แท้หนึ่งในชายที่อยู่บนหลังม้าคืออาซาน (ชายเสื้อคลุมขาวตอนต้นเรื่อง) เขาและพวกสวมรอยเป็นศิษย์สำนักอู่ตังเพื่อให้ตามหาอวี๋ไต้เหยียนและดาบฆ่ามังกร อาซานขอให้ตูต้าจิ่นพาตนไปดูผู้บาดเจ็บพลางถามว่าคนเจ็บเป็นใคร บาดเจ็บได้อย่างไร ตูต้าจิ่นออกตัวว่าพวกตนแค่ทำงานตามที่คนแซ่อิน [แซ่ฮึง] ว่าจ้างจึงไม่รู้และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรก็ตาม (ในตอนนั้นมีใครคนหนึ่งแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ) อาซานสงสัยว่าคนแซ่อินมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร ตูต้าจิ่นตอบว่าเป็นบุรุษที่ทั้งหล่อและสง่างาม

"อาเอ้อร์" ซึ่งอยู่บนหลังม้าชักเริ่มหงุดหงิดที่เห็นอาซานมัวแต่ถามนั่นนี่ไม่ยอมเข้าเรื่องเสียที เขาจึงตะโกนถามดื้อๆ ว่าดาบฆ่ามังกรอยู่ที่ไหน (อวี๋ไต้เหยียนได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าตนกำลังมีภัยแต่เขาไม่สามารถขยับตัวได้) ตูต้าจิ่นสงสัยว่าดาบฆ่ามังกรคืออะไร อาซานจึงรีบตัดบทด้วยการขอดูผู้บาดเจ็บที่อยู่ในรถม้า พอเปิดม่านดูแล้วพบว่าเป็นอวี๋ไต้เหยียน อาซานจึงแกล้งร้องว่า "อวี๋ซานตี้" (น้องสามแซ่อวี๋) อวี๋ไต้เหยียนเห็นอาซานแล้วจำได้ทันที เขาพยายามขยับเยื้อนร่างกายแต่ไม่สามารถทำได้  อาซานโกหกตูต้าจิ่นว่าคนที่อยู่ในรถม้าคือน้องสามของตนและขอรับตัวกลับไปรักษา ตูต้าจิ่นนึกว่าอาซานคือหนึ่งในเจ็ดจอมยุทธผู้เลื่องชื่อของสำนักอู่ตังจึงรีบคารวะด้วยความยกย่อง อาซานออกตัวว่าตนชื่อเสียงต้อยต่ำไม่ควรค่าแก่การเอ่ยอ้าง เขาขอบคุณตูต้าจิ่นที่เดินทางรอนแรมมาไกล  จากนั้นก็โยนทองก้อนหนึ่งให้เป็นสินน้ำใจและคุมรถม้าจากไปทันที

เรื่องย่อ เสน่หามายาจิ้งจอก (Beauties in the Closet) 4

หลังจากนั้นชิงเฟิงกับเฟยหลวนก็ถูกส่งเข้าวังในฐานะหญิงงาม (หญิงบรรณาการ) จากแดนเจ้อตง ครั้นคิดว่าหญิงงามซ่อนตัวอยู่ในตู้ทอง ฮ่องเต้จิ้งจงก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมหญิงงามถึงอยู่ในตู้ ทูตจากแดนเจ้อตง (คนของเผ่าจิ้งจอก) ชี้ว่าเป็นการเปรียบหญิงงามในตู้ว่าล้ำค่าและเป็นมงคลต่อต้าถัง (คำว่า "กุ้ย" (柜) ที่แปลว่า "ตู้" พ้องเสียงกับ "กุ้ย" (贵) ของคำว่า "กุ้ยเหริน" (ตำแหน่ง "พระสนม" ของชิงเฟิงกับเฟยหลวน) และคำว่ากุ้ย (贵) นี้ ยังแปลว่า ล้ำค่า / สูงส่ง อีกด้วย) ครั้นเห็นชิงเฟิงออกมาร่ายรำฮ่องเต้จึงชมว่าคุณรำได้งามนามก็เพราะ และถามหาหญิงงามอีกคนทันที พอเห็นเฟยหลวนฮ่องเต้ก็กระโจนเข้าหาคุณต่อหน้าคณะทูตอย่างลืมตัว เฟยหลวนรีบวิ่งไปหลบหลังชิงเฟิงด้วยความสะดุ้งกลัวแต่ไม่วายถูกฮ่องเต้ตะครุบตัวไว้ "หลิวเค่อหมิง" (หลิวกงกง) เห็นดังนั้นจึงเตือนให้ฮ่องเต้รักษากิริยา ฮ่องเต้ยอมปล่อยเฟยหลวนแต่ไม่อาจละสายตาจากคุณ หลังสั่งปูนบำเหน็จคณะทูตแล้วฮ่องเต้ก็ประกาศให้สองสาวพักที่ตำหนักจื่อหลาน และเตรียมถูกเรียกตัว (ถวายตัว) พร้อมกัน

* "หญิงงามในตู้" (กุ้ยจงเหม่ยเหริน) คือชื่อเรื่องภาษาจีนของละครเรื่องนี้ 

ครั้นได้กินหรูอยู่สบายในแดนมนุษย์ชิงเฟิงกับเฟยหลวนก็รู้สึกตื่นเต้น ทั้งคู่ยังพบด้วยว่าหลังกินผลเม่ยแล้วรสชาติอาหารที่พวกตนโปรดปรานนั้นเปลี่ยนไป ชิงเฟิงซึ่งเดิมไม่ชอบรสเปรี้ยวกลับดื่มน้ำส้มสายยกอย่างเอร็ดอร่อยเพราะนึกว่าเป็นสุรา ขณะที่เฟยหลวนชื่นชอบรสหวาน หลังทำห้องเลอะเทอะและนำผ้าห่มไหมลงไปนอนคลุมโปง (ทำรัง) ใต้เตียงตามความเคยชินในคืนแรก ทั้งคู่ก็ถูกติวเข้มเรื่องกฏกฎระเบียบและการวางตัวในวันรุ่งขึ้น ครั้นถึงยามบ่ายสองสาวจึงออกมาเดินเล่นในเขตอุทยาน เฟยหลวนเห็นผีเสื้อเลยวิ่งไล่ตามอย่างซุกซน ขณะที่ชิงเฟิงปีนขึ้นไปเก็บลิ้นจี่แต่ดันเหยียบพลาดทำให้พลัดตกลงมา บังเอิญว่าขาข้างหนึ่งถูกเถาวัลย์พันไว้คุณเลยห้อยต่องแต่งในสภาพขาชี้ฟ้า มิหนำซ้ำกระโปรงยังร่วงลงมาคลุมหัว หลี่หานซึ่งเดินผ่านมาพร้อม "หวังฝูเฉวียน" (ขุนนางคนสนิท) เห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ชิงเฟิงโมโหที่ชายชายหนุ่มได้แต่ยืนดูจึงร้องโวยวายและเร่งให้เขาช่วยคุณ หลี่หานจึงใช้หนังสติ๊กของชิงเฟิงยิงเถาวัลย์จนขาดและรับร่างของคุณเอาไว้ก่อนที่คุณจะร่วงลงพื้น ครั้นเห็นใบหน้าและแววตาชิงเฟิงชัดๆ หลี่หานก็รู้สึกเหมือนเคยพบคุณที่ไหนมาก่อน เขาเดาว่าคุณคงมากับเฟยหลวนซึ่งกำลังกระโดดโลดเต้นในศาลาริมน้ำ จึงเตือนให้ทั้งคู่ครองษากิริยาเวลาอยู่ในวัง

ชิงเฟิงจำได้ว่าหลี่หานคือองค์ชายที่ไปล่าจิ้งจอกบนเขาหลีซานกับฮ่องเต้และเป็นคนทำให้ฮุยเอ่อร์หางขาดเลยรีบวิ่งแจ้นไปบอกเฟยหลวน ทันใดนั้น นางในที่ชื่อ "หยวนเซียง" ก็รีบมาตามทั้งคู่กลับตำหนักเพื่อให้เตรียมถวายตัว ขณะที่ฮ่องเต้จิ้งจงกำลังร่ำสุราเคล้านารี (เหล่า "กงผิน" หรือสนมระดับล่าง) หลิวเค่อหมิงได้นำซุปตัวเดียวอันเดียวของเสือและกวางมาถวาย โดยทูลว่าดื่มยาบำรุงถ้วยนี้แล้วจะช่วยเพิ่มพลังและทำให้พระองค์ทรงสุขสำราญในค่ำคืนนี้ ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้นจึงดื่มโดยไม่ได้ทดสอบว่ามีพิษหรือเปล่า หลังจากนั้นขันทีชายหนุ่มซึ่งเป็นคนของหลิวเค่อหมิงก็ยกถ้วยออกไป "ฮัวอู๋ฮวน" (หรือเรียกตามตำแหน่งว่า "ฮัวเส้าเจี้ยน") รู้ว่าหลิวเค่อหมิงเป็นคนเตรียมซุปถ้วยนี้ให้ฮ่องเต้จึงเผ่านาขวางขันทีชายหนุ่มแล้วใช้เข็มเงินทดสอบน้ำซุปที่เหลือติดก้นถ้วย ครั้นพบว่าปลายเข็มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ เขาจึงเค้นถามขันทีชายหนุ่มว่าฮ่องเต้อยู่ที่ใด