เรื่องย่อ สงครามริษยา (Woman of Dignity)

กำกับ: คิม ยุนชอล
เขียนบท: แพ็ค มีคยอง
แนวละคร: เมโลดราม่า
จำนวนตอน: 20
ออกอากาศ: เกาหลี – 16 มิถุนายน 2560 – 19 สิงหาคม 2560 ทางเจทีบีซี
                      ไทย – ทุกวันจันทร์ เวลา 23.10 – 00.12 น. ทางช่อง 7 สี (หมายเลข 35) ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2561 – 28 พฤษภาคม 2561
ละคร "สงครามริษยา (Woman of Dignity)" ออกอากาศทางช่องเคเบิ้ลเจทีบีซีเนื่องในโอกาสพิเศษครบรอบ 5 ปีของทางสถานี โดยทำเรตติ้งสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ของช่อง และเป็นละครที่มีเรตติ้งสูงสุดเป็นชั้นสี่ในประวัติศาสตร์ทีวีเคเบิ้ลเกาหลี รองจากละครเรื่อง Reply 1988, ก็อบลิน คำสาปรักผู้พิทักษ์วิญญาณ (Guardian: The Lonely and Great God) และ สัญญาณลับ ล่าผ่านเวลา (Signal)

เรื่องย่อ
* จาก ช่อง 7 สี

"สงครามริษยา (Woman of Dignity)" เป็นละครดราม่าสุดเข้มข้นที่มีเรตติ้งสูงสุดของช่องเจทีบีซี แซง "สาวน้อยจอมพลัง โด บงซุน (Strong Woman Do Bong Soon)" ซึ่งเป็นผลงานจากคนเขียนบทคนเดียวกัน และมีดารามากทักษะร่วมแสดงในเรื่องนี้ ได้แก่ "คิม ฮีซอน" แสดงเป็นหญิงสาวที่มีชีวิตแสนจะบริบูรณ์แบบ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาชีวิตอันหนักหน่วง "คิม ซอนอา" หญิงสาวที่มีชีวิตที่ยากลำบาก ต้องการอยู่จุดสูงสุด แม้ต้องใช้สารพัดกลโกงเพื่อให้ให้ได้มาซึ่งฐานะ และอำนาจ โดยทั้ง 2 ดาราได้ประชันหน้าที่กันอย่างถึงอารมณ์คนดูแน่ๆ

เกียรติยศ และศักดิ์ศรี สิ่งที่ผู้หญิง 2 คนมีแตกต่างกัน " อูอาจิน" หญิงสาวที่มีทุกอย่างเพียบและฐานะ เงินทอง และครอบครัวที่เป็นชนชั้นสูง คุณใช้ชีวิตสุขสบายอย่างเป็นสุข ท่ามกลางกลุ่มแม่บ้านระดับเดียวกัน อยู่บ้านหรูหรา พร้อมหน้าสามี และลูก อย่างสุขสบาย แล้ววันหนึ่งโชคชะตาก็พลิกผันชีวิตของคุณให้ต้องประสบมรสุมครั้งใหญ่ เมื่อคุณต้องพบกับ "ปาร์ค บ๊กจา" ซึ่งมาสมัครเป็นคนดูแลพ่อสามีซึ่งกำลังป่วย เมื่อเผ่านาอยู่ในบ้านก็ได้ใช้เล่ห์ทุกอย่างจนก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งคุณหญิงของบ้าน แล้วความวุ่นวายต่างๆ ก็ตามมา ทั้งปัญหาความขัดแย้งภายในบ้าน และสามีแอบไปมียก้ ต่อมาวันหนึ่ง ปาร์ค บ๊กจา ถูกพบเป็นศพหลังโดนรังแกด้วยของแข็งที่ศีรษะ คนในครอบครัวล้วนมีแรงจูงใจให้ฆ่าคุณได้ทั้งสิ้น เพราะคุณได้สร้างศัตรูไว้อย่างมาก ใครคือฆาตกรตัวจริง ติดตามชมได้ใน “สงครามริษยา (The Lady in Dignity)”

เรื่องย่อ 7 วันบัลลังก์ราชินี (Queen for Seven Days) ตอนที่ 5

ณ หมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในเมืองกอชาง "ชิน แชคยอง" ช่วยนวดท้องพลางผิวปากให้ลาท้องผูกของราษฎรฟัง (เสียงผิวปากของคุณมีผลต่อปฏิกิริยาของสัตว์) หลังช่วยให้ลาขับถ่ายได้สำเร็จคุณจึงแนะวิธีทำปุ๋ยคอก เมื่อเจ้าของลาพาบุตรสาวมาขอบคุณแชคยองที่ช่วยให้ลาของตนหายท้องผูกเสียที  แถมพวกตนยังมีรายได้จากการขายมูลลาอีกต่างหาก (เจ้าของลาเรียกแชคยองว่า "คุณหนู") แชคยองจึงบอกว่านั่นเป็นเพราะคุณกับบุตรสาวเจ้าของลาเป็นเพื่อให้นกัน หลังจากนั้นคุณก็รีบวิ่งกลับบ้านเพราะกลัวโดนพี่เลี้ยงดุที่เนื้อตัวมอมแมมอีกตามเคย ครั้นเห็นต้นไม้ใหญ่กำลังจะยืนต้นตายเพราะขาดน้ำ แชคยองจึงเปรยว่าอาการหนักอย่างงี้ต่อให้ใส่ปุ๋ยคอกก็คงเอาไม่อยู่ คุณนึกขึ้นได้ว่าลืมของบางสิ่งบางอย่างจึงรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเจ้าของลา ทำให้ได้ยินสองแม่ลูกพูดคุยกัน

"กาฮี" ผู้เป็นบุตรสาวอวดว่าแชคยองช่วยรักษาลาเพราะพวกตนเป็นเพื่อให้นกัน แม่ของคุณแย้งว่าชนชั้นต่ำอย่างพวกตนจะเป็นเพื่อให้นกับชนชั้นสูงได้อย่างไร คุณเตือนลูกว่าอย่าทำตัวตีเสมอและต้องให้ยกย่องให้เกียรติหญิงสูงส่งอย่างแชคยอง กาฮีสวนกลับว่า ไหนแม่เคยบอกว่าแชคยองเป็นลูกเป็ดขี้เหร่ที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง และให้ตนดีกับแชคยองมากๆ เพราะคุณเป็นเด็กที่น่าสงสาร ครั้นโดนแม่ดุว่าพูดมาก กาฮีก็โวยลั่นว่าตนพูดผิดตรงไหนในเมื่อพ่อแม่ของแชคยองใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในฮันยาง (เมืองหลวง) แต่แชคยองกลับต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวในหมู่บ้านเล็กๆ โดยมีเพียงพี่เลี้ยงคอยดูแล แถมแม่ยังเคยบอกด้วยว่าแชคยองน่ารำคาญ แชคยองได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเศร้าใจ

เมื่อกลับถึงบ้านแล้วเห็นข้ารับใช้ของพ่อนำจดหมายมาส่งแชคยองจึงรู้สึกดีใจ แต่แล้วหลังจากนั้นก็ต้องผิดหวังเมื่อพ่อไม่อนุญาตให้คุณไปหาที่ฮันยางอีกตามเคย ซ้ำยังบอกด้วยว่าอีกไม่นานพ่อกับแม่จะเดินทางมาที่นี่ ครั้นเห็นแชคยองโวยลั่น พี่เลี้ยงจึงบอกให้คุณเลิกหวัง แชคยองสงสัยว่าคุณเกิดมาทำไม จึงถามพี่เลี้ยงด้วยเสียงอันดังลั่นว่าถ้าพ่อกับแม่ต้องการซุกคุณไว้ในหมู่บ้านเล็กๆ แล้วจะให้คุณเกิดมาเพื่อให้อะไร เมื่อพี่เลี้ยงปรามว่าอย่าพูดเช่นนั้น แชคยองจึงสวนกลับทันควันว่าถ้าเช่นนั้นเป็นเพราะอะไร แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบอยู่ดี พอเห็นพี่เลี้ยงแอบยื่นจดหมายให้ข้ารับใช้ชายหนุ่มโดยกำชับว่าต้องส่งให้ถึงมือใต้เท้าชิน (พ่อของแชคยอง) เพราะเป็นเรื่องสำคัญมาก แชคยองจึงชะโงกหน้าดูจดหมายด้วยความสงสัย

อีกด้านหนึ่งในเมืองฮันยาง "นายหญิงควอน" (แม่แชคยอง) แทบช็อคเมื่อทราบข่าวเรื่องการอภิเษกระหว่างบุตรสาวตนกับองค์ชายชินซอง ตลอดหลายปีที่ผ่านมาคุณกับสามีต้องแบกรับความเจ็บปวดที่ต้องพลัดพรากจากบุตรสาว แต่สุดท้ายการซ่อนลูกไว้ในที่ห่างไกลกลับไม่เป็นผลและสูญเปล่า ที่แชคยองต้องเร้นกายในชนบทห่างไกลเป็นเพราะคุณไม่อาจข้องแวะหรือเกี่ยวดองกับสมาชิกราชวงศ์  (เป็นการหลีกเลี่ยงโชคชะตา) นึกไม่ถึงว่าต่อให้หนีไปไกลสุดหล้าก็ไม่อาจหลีกหนีโชคชะตา แถมว่าที่คู่ครองของคุณยังเป็นถึงพระอนุชาของฝ่าบาทอย่างองค์ชายชินซอง

เรื่องย่อ องค์หญิงสวมรอย (Untouchable Lovers) ตอนที่ 8

หลิวเซ่อคิดสร้างคุณงามความดีความชอบจึงบอกองค์หญิงว่า ตนจับตัวการที่ทำให้องค์หญิงพลัดตกลงไปในคลองได้แล้วจึงนำตัวมาให้องค์หญิงสอบปากคำและลงโทษ ปรากฏว่าคนที่ถูกหลิวเซ่อกล่าวหาว่าเป็นคนร้ายคือเด็กผู้ชายที่โบกผ้าสีแดง หลิวเซ่ออ้างว่าเด็กชายคนดังที่กล่าวถึงมาแล้วจงใจใช้สีแดงยั่วให้วัวคลั่งเป็นเหตุให้องค์หญิงตกลงไปในน้ำ เด็กคนนี้คิดฆ่าเชื้อพระวงศ์จึงสมควรโดนประหารต่อหน้าธารกำนัลเพื่อให้ไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง เด็กน้อยได้ยินดังนั้นก็รีบปฏิเสธและร้องขอชีวิต หลิวซางแย้งว่าเขาเป็นแค่เด็ก 8-9 ขวบที่ยังไม่รู้ความจะทำให้วัวคลั่งได้อย่างไร เด็กชายชี้ว่านั่นเป็นนัดแรกที่ตนได้พบองค์หญิงผู้สูงส่งและเลอโฉม (จูเชว่ได้ยินแล้วเป็นปลื้ม) แต่ตนเห็นหน้าองค์หญิงไม่ถนัดจึงโบกผ้าแดงเพื่อให้ให้องค์หญิงหันมามอง หลิวเซ่อจะสร้างผลงานให้ได้เลยยืนกรานว่าถึงอย่างไรเด็กก็ผิดที่โบกผ้าสีแดงแทนที่จะใช้ผ้าสีอื่น เขาจึงขอให้องค์หญิงลงโทษประหารทั้งครอบครัวเพราะเชื่อว่ามีผู้ใหญ่ชักใยอยู่เบื้องหน้า เด็กชายคนดังที่กล่าวถึงแล้ววิงวอนว่าอย่าฆ่าครอบครัวตน และรับรองว่าตนไม่เคยรู้มาก่อนว่าสีแดงทำให้วัวคลุ้มคลั่ง

จูเชว่จะอ้าปากพูดแต่หรงจื่อชิงแย้งว่า สีแดงไม่ได้ทำให้วัวคลั่งแต่การโบกมือไปมาต่างหากที่เป็นตัวกระตุ้นให้วัวหงุดหงิดและคลุ้มคลั่ง เขาจึงเชื่อว่าเด็กไม่มีเจตนาทำให้องค์หญิงตกน้ำ ครั้นหลิวเซ่อกล่าวหาหรงจื่อว่าเข้าข้างคนร้ายที่คิดฆ่าองค์หญิง หลิวซางจึงแย้งว่าหรงจื่อไม่มีทางทำเช่นนั้น เขาก็แค่สงสารผู้บริสุทธิ์ที่ถูกหลิวเซ่อกล่าวหาโดยไม่มีมูล หลิวเซ่อจะโวยวายแต่จูเชว่ชิงตัดบทด้วยการสั่งให้หลิวเซ่อลองพิสูจน์ดูว่าสีแดงหรืออากัปกิริยาของมนุษย์กันแน่ที่เป็นต้นเหตุให้วัวคลั่ง ครั้นถูกสั่งให้ถอดเสื้อคลุมสีเขียวออกมาโบกล่อวัว หลิวเซ่อจึงยอมทำตามเพราะเชื่อว่าวัวไม่ไล่ขวิดสีเขียวแน่ แต่สุดท้ายก็ถูกวัวขวิดจนได้ หลิวซางเห็นดังนั้นจึงขอให้องค์หญิงเมตตาเด็กที่ถูกกล่าวหาเพราะเขาไม่ได้มีเจตนาทำให้วัวตื่นตระหนก จูเชว่จึงสั่งให้ปล่อยตัวเด็กชายและให้คนพาหลิวเซ่อไปรักษาอาการบาดเจ็บ

หลังเรื่องคลี่คลายจูเชว่จึงสั่งให้ทุกคนแยกย้าย แต่เหล่าเหมินเค่อยังคงยืนนิ่ง (เพราะองค์หญิงยังไม่ลุกจากที่นั่ง) จูเชว่บอกว่าคุณจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักครู่แต่เหล่าเหมินเค่อยังคงยืนรอพลางส่งสายตาถามหรงจื่อโดยพร้อมเพรียงกัน เมื่อหรงจื่อบอกให้ทุกคนทำตามคำสั่งองค์หญิง เหล่าเหมินเค่อจึงยอมสลายตัวแต่โดยดี

เรื่องย่อ สามชาติ สามภพ ป่าท้อสิบหลี่ (Eternal Love) ตอนที่ 7

เทพม่อเยวียนพึ่งกลับมาถึงคุนหลุนซวีแต่ก็รู้ได้ทันทีว่าซืออินกับจื่อหลานหนีไปเที่ยวแดนมนุษย์อีกตามเคย ศิษย์พี่ใหญ่ "เตี๋ยเฟิง" รีบออกโรงรับรองว่าทั้งคู่แค่ไปเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และไม่ได้ก่อเรื่อง ถึงกระนั้นเทพม่อเยวียนก็ไม่คิดเอาผิดทั้งคู่ตั้งแต่ต้น เขาอ้างว่าตนรู้สึกเหนื่อยจึงบอกให้ทุกคนยกเว้นซืออินออกไปก่อน ที่แท้เมื่อวานขณะเดินทางกลับคุนหลุนซวี เทพม่อเยวียนอุตส่าห์แวะป่าท้อสิบลี้เพื่อให้นำเหล้าดอกท้อของเทพเจ๋อเหยียนมาฝากซืออินสามไห เพราะจำได้ว่าพรุ่งนี้เป็นวันเกิดของซืออิน (เหล้าดอกท้อของเทพเจ๋อเหยียนได้รับยกย่องว่าเป็นสุรารสเลิศ และซืออินก็ชอบดื่มมาตั้งแต่เยาว์วัย) ซืออินเดินถือเหล้าสองไหออกจากโรงเก็บเหล้าอย่างแฮปปี้ แต่แล้วอยู่ๆ ก็ถูกใครบางตัวลักพาตัวทำให้ไหเหล้าร่วงลงพื้่นแตกกระจาย "ลิ่งอวี่" (ศิษย์คนที่เก้าของเทพม่อเยวียน) ได้ยินเสียงไหเหล้าแตกจึงรีบวิ่งออกมาดู ครั้นมองว่าผู้บุกรุกไปมาไร้ร่องรอยเขาก็รู้สึกแปลกใจ

เมื่อซืออินรู้สึกตัวก็พบสตรีชุดขาวนั่งอยู่ตรงหน้า ครั้นรู้ว่าแท้จริงแล้วคุณคือเทพเหยากวงซึ่งเคยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่เทพม่อเยวียน ซืออินจึงนึกถึงคำพูดของศิษย์พี่ใหญ่ที่เคยบอกว่า เทพเหยากวงหลงรักอาจารย์ (ข้างเดียว) มานานจึงลงทุนย้ายตำหนักมาอยู่ที่คุนหลุนซวีหวังกระชับความเกี่ยวพัน ซืออินเดาว่าเทพเหยากวงคงคิดใช้ตนเป็นเหยื่อ  หมายล่อให้อาจารย์ออกมาต่อสู้เพื่อให้ที่เขาจะได้ประทับใจในความสามารถอันฉกาจฉกรรจ์ของคุณ (ซึ่งเป็นสิ่งที่เทพเหยากวงพยายามทำมาโดยตลอดแต่ไม่เป็นผล) แต่ความจริงแล้วเทพเหยากวงหึงจนหน้ามืดตามัวเลยคิดพรากซืออินไปจากม่อเยวียน สาวใช้เหยากวงชี้ว่าจิ้งจอกชายหนุ่มรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างซืออินคิดยั่วยวนเทพม่อเยวียนให้ลุ่มหลงและเดินผิดทางจึงนับเป็นความผิดอันใหญ่หลวง ถือว่ายังโชคดีที่ท่านเทพหญิงของตนมีใจเมตตา ดังนั้นนับจากวันนี้ซืออินจำเป็นที่จะต้องมาเป็นศิษย์ติดตามรับใช้เทพเหยากวง และตั้งอกตั้งใจบำเพ็ญเพียรเพื่อให้ขัดเกลาจิตใจ

ซืออินปฏิเสธทันควันโดยกล่าวว่าตนฝากตัวเป็นศิษย์เทพม่อเยวียนแล้ว จากนั้นก็ประณามเทพเหยากวงที่ใช้วิธีการอันสกปรกและน่าละอายหมายเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายที่คุณหลงรักข้างเดียว ซืออินชี้ว่าที่อาจารย์ดีกับตนเป็นเพราะสงสารตนที่เกิดมาอาภัพ ประกอบกับสหายเก่าได้ฝากฝังตนเอาไว้ เทพเหยากวงลักพาตนมาที่นี่ ไม่เพียงบีบให้ตนเป็นศิษย์ติดตามรับใช้แต่ยังกักขังตน แค่นิ้วเดียวของอาจารย์ตนก็ดีมากยิ่งกว่าเทพเหยากวงร้อยเท่าพันเท่า ดังนั้นจงอย่าหวังว่าตนจะยอมก้มหัวเป็นศิษย์เทพที่หลงผู้ชายจนหน้ามืดตามัวอย่างคุณ เทพเหยากวงได้ยินดังนั้นจึงสั่งสอนด้วยการจับซืออินไปขังและทรมานในคุกน้ำสามวัน (คุกน้ำของเทพเหยากวงถือว่าโหดร้ายกว่าคุกน้ำที่อื่น ตอนแรกน้ำข้างในจะสูงระดับเอว แต่ทุกๆ ครึ่งชั่วยาม  (ทุกหนึ่งชั่วโมง) ระดับน้ำจะค่อยๆ สูงขึ้นจนมิดศีรษะทำให้คนที่ถูกกักขังหายใจไม่ออก ถึงกระนั้นก็ไม่ทำให้ถึงตาย เพราะหลังจากนั้นระดับน้ำจะค่อยๆ ลดลง ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานจากภาวะขาดอากาศเป็นระยะๆ)

เรื่องย่อ รักใสใส หัวใจ 4 ดวง (Meteor Garden 2018) ตอนที่ 5

หลังมีลูกค้าโทรฯ มาสั่งอาหาร 20 กล่อง แม่จึงวานให้ซานไช่ช่วยนำไปส่ง ครั้นพบว่าจุดหมายปลายทางเป็นตึกที่ค่อนข้างรกร้างซานไช่ก็รู้สึกแปลกใจ ปรากฏว่าคนที่สั่งอาหารคือเต้าหมิงซื่อ ซานไช่จะรีบกลับ แต่เขาขอพิจารณาดูก่อนว่าอาหารตรงตามที่สั่งหรือเปล่า ครั้นเต้าหมิงซื่อเปรยว่าอาหารไม่น่ากินเลยสักนิด ซานไช่จึงแย่งกล่องอาหารในมือเขากลับคืน ก่อนบอกว่าถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องกินคุณจะได้ขนกลับ เต้าหมิงซื่อแย่งกล่องอาหารกลับพลางแย้งว่าตนเป็นคนจ่ายเงิน จะกินเองหรือให้ใครกินมันก็เรื่องของตน ซานไช่รู้ว่าเขาจงใจกลั่นแกล้งและหาเรื่องคุณ แต่คุณรับไม่ได้ที่เขาไม่เห็นคุณค่าของอาหารที่แม่คุณตั้งมั่นทำอย่างสุดความสามารถ ครั้นโดนซานไช่ตำหนิ เต้าหมิงซื่อจึงเตือนว่าตนเป็นลูกค้า ซานไช่ยืนกรานว่าคุณจะรักษากิริยามารยาทกับลูกค้าที่ดีและคู่ควรแค่นั้นหลังถูกประณามว่าเป็นขยะสังคม เต้าหมิงซื่อก็ฟิวส์ขาดถึงขั้นสาดอาหารใส่หน้าซานไช่ ครั้นรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปเขาก็ออกตัวว่าคุณหยามตนก่อน (เขารู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าคุณ) ซานไช่โกรธจนพูดไม่ออกเลยได้แต่เดินจากไปด้วยน้ำตาคลอเบ้า

ซานไช่เห็นก็อกน้ำเลยคิดที่จะแวะทำความสะอาดคราบสกปรกบนเสื้อผ้าและใบหน้าก่อนกลับบ้าน เมื่อชายชายหนุ่มสองคนผ่านมาเห็น จึงเผ่านาแทะโลมและพยายามฉุดคุณไปลวนลาม โชคดีที่ฮัวเจ๋อเล่ยมาพบเข้าเสียก่อนจึงช่วยคุณไว้ได้ทัน ซานไช่กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่จึงนั่งร้องไห้ต่อหน้าฮัวเจ๋อเล่ย ก่อนตัดพ้อว่าทำไมเต้าหมิงซื่อถึงใจร้ายกับคุณเช่นนี้ ฮัวเจ๋อเล่ยยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ซานไช่ซับน้ำตาและเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้า จากนั้นก็ทำท่าหกสูงพลางแนะว่าเวลาอยากร้องไห้ให้ทำท่านี้ น้ำตาจะได้ไม่ไหลออกมา

คืนนั้นเหล่าเอฟโฟร์ตามมาหลอกหลอนและกลั่นแกล้งซานไช่ถึงในฝัน หลังตื่นนอนตอนเช้าแล้วนึกถึงวีรกรรมของเต้าหมิงซื่อ ซานไช่จึงตัดสินใจที่จะลุกขึ้นสู้อย่างกล้าหาญ โดยยึดเอาคำพูดของอาจารย์ที่บอกว่า "ทักษะของมนุษย์เรามีขีดจำกัด แต่ความมุ่งมั่นตั้งอกตั้งใจไร้ซึ่งขีดจำกัด" เป็นแรงบันดาลใจ ครั้นเห็นเต้าหมิงซื่อที่มหาวิทยาลัยคุณจึงร้องเรียกเขา จากนั้นก็วิ่งเข้าไปหาก่อนกระโดดถีบหน้าเขาท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ เต้าหมิงซื่อถึงกับล้มลงไปนอนแน่นิ่ง ซานไช่ควักไพ่โจ๊กเกอร์ (ของเอฟโฟร์) ออกมาจากกระเป๋ากางเกงพลางบอกว่า "ใครอยากเล่นไพ่กับนาย คนอย่างชั้น…"ต่งซานไช่" ไม่มีวันยอมให้ใครมารังแก" พูดจบคุณก็ปาไพ่ใส่เต้าหมิงซื่อแล้วเดินจากไป

เรื่องย่อ ดาบมังกรหยก (Heavenly Sword and Dragon Slaying Sabre) ตอนที่ 9

เมื่อรู้สึกตัวอีกรอบอวี๋ไต้เหยียนก็พบว่าตนถูกหญิงสาวคนหนึ่งนำตัวมาที่สำนักคุ้มภัยหลงเหมิน [เหล็งมึ้ง] แม้ขยับตัวไม่ได้และสายตายังคงพร่ามัวแต่เขาได้ยินทุกอย่าง ครั้นหญิงสาวคนดังกล่าวข้างต้น (ซึ่งแต่งกายเลียนแบบผู้ชาย) ขนทองสองพันตำลึงมาเป็นค่าจ้างในการส่งอวี๋ไต้เหยียนกลับสำนักอู่ตัง "ตูต้าจิ่น" [โตวไต้กิ้ม] หัวหน้าสำนักคุ้มภัยหลงเหมินจึงชี้ว่างานที่มีเงื่อนงำหรือมีที่มาไม่กระจ่างพวกตนไม่รับ (เป็นเงื่อนไขปกติของสำนัก) หญิงสาวกล่าวว่าต่อให้เขารับงานนี้ก็ใช่ว่าจะทำได้โดยง่าย เพราะคุณมีเงื่อนไขสามข้อ หนึ่งหัวหน้าสำนักคุ้มภัยต้องไปส่งด้วยตนเอง สองต้องเร่งรุดเดินทางจากเมืองหลินอันไปยังเขาอู่ตังที่เมืองเซียงหยางโดยไม่หยุดพักทั้งกลางวันและกลางคืน ภายในสิบวันต้องส่งคนถึงมือเจ้าสำนักจางซานฟง สามหากมีเรื่องผิดพลาดคุณจะฆ่าทุกคนในสำนักคุ้มภัยหลงเหมิน

หลังโดนท้าทาย ประกอบกับได้ค่าจ้างสูงลิ่ว ในที่สุดสำนักคุ้มภัยหลงเหมินก็ยอมรับงานนี้ เมื่อตูต้าจิ่นและพวกเดินทางมาถึงเชิงเขาอู่ตัง อยู่ๆ ก็มีชายหกคนซึ่งแต่งกายเหมือนศิษย์สำนักอู่ตังควบม้ามาดักหน้าก่อนที่ทุกคนจะผ่านเข้าประตูสำนัก ตูต้าจิ่นรีบแนะนำตัวก่อนร้องถามชื่อแซ่ของชายทั้งหก หนึ่งในนั้นถามกลับว่าตูต้าจิ่นมาที่นี่ในวันนี้ด้วยเหตุผลใด  ตูต้าจิ่นชี้ว่าตนถูกว่าจ้างให้มาส่งผู้บาดเจ็บบนเขาแห่งนี้และต้องส่งเขาให้ถึงมือเจ้าสำนักจาง ที่แท้หนึ่งในชายที่อยู่บนหลังม้าคืออาซาน (ชายเสื้อคลุมขาวตอนต้นเรื่อง) เขาและพวกสวมรอยเป็นศิษย์สำนักอู่ตังเพื่อให้ตามหาอวี๋ไต้เหยียนและดาบฆ่ามังกร อาซานขอให้ตูต้าจิ่นพาตนไปดูผู้บาดเจ็บพลางถามว่าคนเจ็บเป็นใคร บาดเจ็บได้อย่างไร ตูต้าจิ่นออกตัวว่าพวกตนแค่ทำงานตามที่คนแซ่อิน [แซ่ฮึง] ว่าจ้างจึงไม่รู้และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรก็ตาม (ในตอนนั้นมีใครคนหนึ่งแอบซุ่มดูอยู่ห่างๆ) อาซานสงสัยว่าคนแซ่อินมีรูปร่างหน้าตาเช่นไร ตูต้าจิ่นตอบว่าเป็นบุรุษที่ทั้งหล่อและสง่างาม

"อาเอ้อร์" ซึ่งอยู่บนหลังม้าชักเริ่มหงุดหงิดที่เห็นอาซานมัวแต่ถามนั่นนี่ไม่ยอมเข้าเรื่องเสียที เขาจึงตะโกนถามดื้อๆ ว่าดาบฆ่ามังกรอยู่ที่ไหน (อวี๋ไต้เหยียนได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าตนกำลังมีภัยแต่เขาไม่สามารถขยับตัวได้) ตูต้าจิ่นสงสัยว่าดาบฆ่ามังกรคืออะไร อาซานจึงรีบตัดบทด้วยการขอดูผู้บาดเจ็บที่อยู่ในรถม้า พอเปิดม่านดูแล้วพบว่าเป็นอวี๋ไต้เหยียน อาซานจึงแกล้งร้องว่า "อวี๋ซานตี้" (น้องสามแซ่อวี๋) อวี๋ไต้เหยียนเห็นอาซานแล้วจำได้ทันที เขาพยายามขยับเยื้อนร่างกายแต่ไม่สามารถทำได้  อาซานโกหกตูต้าจิ่นว่าคนที่อยู่ในรถม้าคือน้องสามของตนและขอรับตัวกลับไปรักษา ตูต้าจิ่นนึกว่าอาซานคือหนึ่งในเจ็ดจอมยุทธผู้เลื่องชื่อของสำนักอู่ตังจึงรีบคารวะด้วยความยกย่อง อาซานออกตัวว่าตนชื่อเสียงต้อยต่ำไม่ควรค่าแก่การเอ่ยอ้าง เขาขอบคุณตูต้าจิ่นที่เดินทางรอนแรมมาไกล  จากนั้นก็โยนทองก้อนหนึ่งให้เป็นสินน้ำใจและคุมรถม้าจากไปทันที

เรื่องย่อ พ่อสื่อรักฉบับโชซอน (Flower Crew: Joseon Marriage Agency) ตอนที่ 12

ยองซูรีบเข้าไปปลุกฮุนกับโดจุนซึ่งต่างก็มีอาการเมาค้าง โดยแหกปากลั่นว่าพวกตนงานเข้าแล้ว ครั้นรู้ว่าใต้เท้าลีจะแต่งงานกับคุณหนูโอ ฮุนกับโดจุนก็รู้สึกตระหนกตกใจ ยองซูยังบอกอีกว่าประชาชนต่างลือกันทั่วว่าคุณหนูโอเกือบไม่ได้แต่งงานเพราะพวกตน โดจุนสงสัยว่าเป็นได้ยังไงในเมื่อใต้เท้าลีให้ความสำคัญเรื่องรูปโฉม ขณะที่ฮุนเองก็งงหนักเพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก หลังออกไปสืบข่าวในหมู่บ้าน สามชายหนุ่มจึงพบว่าพวกตนถูกใครบางคนป้ายความผิด ประชาชนเลยลือกันสนั่นว่าพวกตนจงใจปล่อยข่าวลือว่าคุณหนูโอขี้เหร่เพื่อให้ขัดขวางการแต่งงาน โดจุนสงสัยว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวลือนี้ ขณะที่ยองซูโวยลั่นว่าคนแห่ยกเลิกนัด (คิวที่จองไว้) กันหมด คราวนี้พวกตนมีหวังจบเห่แน่ หลังโดจุนขอแยกตัวไปสืบข่าว ฮุนพยายามขบคิดว่าเป็นความสามารถใครกันแน่ ครั้นเห็นแกตงเดินยิ้มหน้าบานเขาจึงฟันธงว่าเป็นความสามารถคุณ แกตงยอมรับอย่างไม่สะทกสะท้านซ้ำยังรู้สึกภาคภูมิใจ คุณเหน็บฮุนว่าใต้เท้าลีไม่เหมือนฮุนเพราะเขาเป็นคนมีหัวใจ ฮุนตำหนิแกตงที่ก่อเรื่องและกล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันว่า ใครบางคนอาจชีวิตเปลี่ยนเพราะคำพูดพล่อยๆ ของคุณ

ที่แท้วันก่อนคุณหนูโอยอมรับว่าคุณตั้งครรภ์ดังที่ฮุนสงสัยจริงๆ คุณยอมให้ฮุนยกเลิกการจับคู่แต่งงานระหว่างคุณกับใต้เท้าลีและขอให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ฮุนรู้ทันว่าคุณจะไปขอให้สำนักจัดหาคู่แห่งใหม่ช่วยหาผู้ชายมาแต่งงานกับตน คุณหนูโอขอความเห็นอกเห็นใจโดยบอกว่าก่อนหน้านี้คุณเคยให้คำมั่นว่าจะแต่งงานกับชายคนหนึ่ง โชคร้ายที่เขาพลีชีพในสนามรบเสียก่อน หากครอบครัวคุณรู้เข้าเด็กในท้องคงไม่รอดแน่ ฮุนกล่าวว่าการตั้งครรภ์กับชายที่คุณรักไม่ใช่เรื่องผิด ต้องโทษโลกที่ตีตราว่าการทำเช่นนั้นเป็นเรื่องผิดบาป เขาเตือนคุณให้ใคร่ครวญอย่างรอบคอบและตัดสินใจให้ดี เพราะอนาคตของคุณขึ้นอยู่กับการตัดสินใจในคราวนี้
ฮุนบอกแกตงว่าถ้าคุณอยากช่วยใครต้องแน่ใจว่ารู้เรื่องดีพอแล้ว พูดจบเขาก็เดินจากไปด้วยความโกรธ แกตงได้แต่บ่นไล่ตามเพราะไม่รู้ว่าเขาโมโหเรื่องอะไร ยองซูถามแกตงว่าจะรับผิดชอบยังไง ก่อนชี้ว่าคุณหนูโอกำลังจะแต่งงานกับใต้เท้าลีทั้งที่ตั้งครรภ์กับผู้ชายอีกคน แกตงได้ยินแล้วถึงกับช็อคและพึ่งจะรู้สึกตัวว่าตนทำผิดมหันต์

รีวิวซีรีส์ Another Oh Hae Young (2016)

เรื่องย่อ

ในประเทศเกาหลีมักมีผู้คนที่ใช้ชื่อและนามสกุลซ้ำกันซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ ซีรีส์เรื่อง Another Oh Hae Young นำเสนอเรื่องราวของหญิงสาว 2 คน ที่ใช้ชื่อโอแฮยองเหมือนกัน ขอใช้คำเรียกแทนคุณทั้งสองว่า “โอแฮยองคนสวย” และ “โอแฮยองเฉยๆ” ตามในซีรีส์ โอแฮยองคนสวยเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมกับ รูปร่าง หน้าตา และมีความถนัดรอบด้าน ส่วนโอแฮยองเฉยๆ มีลักษณะตรงผ่านกับโอแฮยองคนสวยทุกอย่าง การเป็นเพื่อให้นร่วมชั้นกันทำให้โอแฮยองเฉยๆ ต้องแบกรับความกดดันจากการถูกเปรียบเทียบมาโดยตลอด เมื่อเรียนจบหญิงสาวทั้งสองต่างแยกย้ายกันไป แต่และมีเหตุที่ทำให้โอแฮยองทั้งสองต้องกลับมาพบกันอีกรอบ

โอแฮยองเฉยๆ กำลังจะได้แต่งงานกับนักธุรกิจชายหนุ่มอนาคตไกล แม้กระนั้นงานแต่งที่คุณเฝ้าฝันต้องมาพังทลายลงเสียก่อน เพราะคุณถูกว่าที่เจ้าบ่าวบอกเลิกก่อนวันงานเพียง 1 วัน โอแฮยองเสียใจมาก คุณจึงขอร้องให้แฟนชายหนุ่มของคุณบอกกับทุกคนว่า คุณเป็นคนยกเลิกงานแต่งเอง ตั้งแต่นั้นมาโอแฮยองต้องทนมีชีวิตอยู่ด้วยความทุกข์ทรมานจากความผิดหวังและความอับอาย แต่แล้วชีวิตที่สิ้นหวังของโอแฮยองก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อคุณได้พบกับพัคโดคยอง ชายชายหนุ่มข้างบ้านที่มีแววตาแสนเศร้า แม้ว่าโอแฮยองจะไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างดีจากเขานัก แต่คุณก็เริ่มตกหลุมรักผู้ชายคนนี้มากขึ้นทุกวัน

พัคโดคยองรับรู้ถึงความรู้สึกที่โอแฮยองมีต่อเขา แต่เขาต้องพยายามปฏิเสธความรักจากคุณ เนื่องมาจากเขาเองที่เป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตของโอแฮยองพังพินาศ แฟนเก่าของพัคโดยองคือโอแฮยองคนสวย เขารักคุณมากและกำลังจะแต่งงานกัน แต่คุณก็มาทิ้งเขาไปก่อนวันแต่งงาน จากการที่มีคนชื่อโอแฮยอง 2 คน ทำให้เขาได้รับข้อมูลที่ผิดพลาด เขาคิดว่าที่โอแฮยองคนสวยทิ้งเขาไปก่อนวันแต่งงานก็เพราะจะไปแต่งงานกับนักธุรกิจ เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทำลายธุรกิจของว่าที่เจ้าบ่าวคนนั้นเพื่อให้ไม่ให้คุณสุขสบาย แต่แล้วทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่คิด กว่าจะรู้สึกตัว พัคโดคยองก็ได้ทำลายชีวิตของผู้หญิงที่ชื่อโอแฮยองอีกคนไปแล้ว

พัคโดคยองสับสนกับความรู้สึกของตน การที่เขาเป็นห่วงโอแฮยองเฉยๆ เป็นเพราะความรู้สึกผิดหรือเพราะเขาตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้กันแน่ ความรู้สึกของทั้งเขาและคุณที่ยังไม่ชัดเจน จู่ๆ โอแฮยองคนสวยแฟนเก่าของพัคโด คยองและว่าที่เจ้าบ่าวของโอแฮยองเฉยๆ ก็กลับมา เมื่อพวกเขาได้กลับมาพบกันอีกที พวกเขาจึงต้องเลือกว่าจะกลับไปอยู่ในสถานะเดิมของตนเองกับคนรักเก่า หรือเลือกที่จะลองเริ่มความเกี่ยวเนื่องครั้งใหม่กับคนแปลกหน้า

ตัวละคร

พัคโดคยอง (รับบทโดย เอริค Shinhwa) ชายชายหนุ่มผู้ยึดติดกับความบริบูรณ์แบบจนเปลี่ยนเป็นการสร้างความลำบากใจให้กับคนรอบข้าง จากความผิดหวังในรักครั้งเก่าทำให้เขาปิดกั้นตัวเอง จนได้มาพบกับโอแฮยอง หญิงสาวที่เขาเคยทำลายชีวิตของคุณเพราะวามรู้ความเข้าใจผิด เขารู้ดีว่าโอแฮยองรักเขา แต่เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าความรู้สึกที่มีต่อคุณมันคือความรู้สึกผิดหรือความรักกันแน่

โอแฮยอง (รับบทโดย ซอฮยอนจิน) หญิงสาวธรรมดาๆ คนหนึ่งที่เคยผิดหวังเพราะถูกแฟนชายหนุ่มบอกเลิกก่อนวันแต่งงาน คุณต้องทนใช้ชีวิตด้วยความทุกข์ทรมานจนได้พบกับพัคโดคยอง ผู้ชายที่ทำให้คุณตกหลุมรักจนหมดหัวใจ แต่คุณจะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้งานแต่งงานของคุณถูกยกเลิก

โอแฮยองคนสวย (รับบทโดย จอนฮเยบิน) หญิงสาวที่เพียบและรูปร่าง หน้าตา การศึกษา หน้าที่การงาน คุณเป็นคนรักเก่าของพัคโดคยองที่ทิ้งเขาไปก่อนวันแต่งงาน และเป็นต้นเหตุของเรื่องราวความวุ่นวายทั้งหมด

ฮันแทจิน (รับบทโดย อีแจยุน) คนรักเก่าของโอแฮยองเฉยๆ ที่บอกเลิกคุณก่อนวันแต่งงานด้วยเหตุผลที่ทำให้ โอแฮยองต้องเจ็บปวด ซึ่งแท้จริงแล้วเขาไม่ได้หมดรักคุณ แต่เขาไม่อยากให้คุณต้องเสียเวลาเพื่อให้รอเขากลับมา

ถ้าจะให้อธิบายเรื่องย่อของซีรีส์เรื่องนี้สั้นๆ คือ ทุกอย่างเกิดขึ้นจาก “ความบังเอิญ” และ “ความซวย” ของนางเอก แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น ระหว่างที่ดูซีรีส์เรื่องนี้เราเกิดความรู้สึกต่าง ๆ ขึ้นอย่างมาก ทั้งสุขและเศร้า ฉากไหนสุขก็สุขมาก หัวเราะอย่างบ้าคลั่งอย่างกับดูหนังตลก แต่พอฉากเศร้าก็เศร้ามาก นับเป็นซีรีส์ที่ทำให้คนดูอินตามไปกับเนื้อเรื่องได้ดีมาก ความเห็นส่วนตัวเราว่าหน้าที่ของตัวละครมีความใกล้เคียงกับมนุษย์จริงๆ อย่างบทของโอแฮยองเฉยๆ ที่เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้สวยหรือเพียบพร้อมไปทุกอย่าง และผู้หญิงผู้คนจำนวนมากก็คงมีความฝันว่าอยากมีงานแต่งงานอันสวยหรู แต่เมื่อฝันนั้นพังทลายลงเพราะถูกบอกเลิกก่อนวันแต่งงาน แน่ๆว่าเป็นใครก็ต้องเสียศูนย์

นอกจากการได้หัวเราะและเสียน้ำตาแล้ว ซีรีส์เรื่องนี้ยังแฝงข้อคิดอย่างมากให้กับผู้ชม อย่างเรื่องที่เด่นชัดมากคือเรื่องของครอบครัว ครอบครัวของโอแฮยองเฉยๆกับโอแฮยองคนสวย เป็นการนำเสนอในอาการของ “ครอบครัวที่แตกต่าง” อย่างชัดเจน กล่าวคือ ครอบครัวของโอแฮยองเฉยๆเป็นครอบครัวที่พ่อกับแม่อยู่ด้วยกัน มอบความรัก ความอบอุ่นให้กับโอแฮยองผู้เป็นบุตรสาวคนเดียวอย่างสุดกำลัง แม้จะไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจน แต่เมื่อไหร่ที่บุตรสาวต้องเผชิญปัญหา พ่อและแม่ของคุณจะคอยอยู่ข้างเคียงคุณเสมอ ตรงผ่านกับครอบครัวของโอแฮยองคนสวยที่พ่อกับแม่ของคุณแยกทางกัน และแม่ของคุณยังแต่งงานใหม่อีกหลายครั้ง ทำให้ไม่ค่อยได้ใกล้ชิดกับบุตรสาวมากนัก หากมองจากภายนอกคนไม่ใช่น้อยคงคิดว่าการมีชีวิตอย่างโอแฮยองคนสวยเป็นชีวิตที่เพียบพร้อม แต่แท้จริงแล้วโอแฮยองคนสวยเองก็แอบอิจฉาโอแฮยองเฉยๆ ที่ได้มีพ่อแม่คอยอยู่เคียงคู่ ในขณะที่คุณต้องอยู่เพียงลำพัง

และอีกข้อคิดอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องความรักกับความสงสาร เราจำเป็นที่จำเป็นที่จะต้องแยกความรู้สึกทั้งสองอย่างงี้ให้ออกจากการกันอย่างสิ้นเชิง จากซีรีส์เรื่องนี้สะท้อนให้คิดว่าความรักเป็นความรู้สึกดีๆที่คนสองคนมีให้แก่กัน ส่วนความสงสารก็อาจจะทำให้เกิดเป็นความรักได้ แต่ในบางครั้งถ้าตัดสินใจทำบางสิ่งไปเพราะความสงสาร มันอาจจะขัดต่อความรู้สึกและความปรารถนาที่แท้จริงของเราก็ได้

สุดท้ายอยากฝากซีรีส์เรื่อง Another Oh Hae Young ให้แฟนคลับคอซีรีส์ได้ติดตามกันนะคะ เป็นซีรีส์ที่เราดูแล้วติดมาก อยากดูต่อเรื่อยๆเลย ภาพสวย เพลงประกอบละครก็เพราะ นอกจากเรื่องราวความรักของพัคโดคยองกับโอแฮยองทั้ง 2 คนแล้ว ยังมีการนำเสนอความรักในรูปแบบต่างๆ ผ่านตัวละครอื่น ที่ช่วยเสริมให้เรื่องน่าติดตามอีกด้วย และที่สำคัญมากอีกอย่างหนึ่งคือ ฉากเลิฟซีนของซีรีส์เรื่องนี้ดีงามมากค่ะ ถ้าอยากรู้ว่าเด็ดขนาดไหนต้องลองไปติดตามกันนะคะ

Child’s Play (แค้นฝังหุ่น)

Child’s Play (แค้นฝังหุ่น)

Child’s Play เป็นภาพยนตร์สยองขวัญอเมริกันปี 1988 ที่กำกับและเขียนร่วมโดยทอมฮอลแลนด์และให้การสร้างโดยเดวิดเคิร์ชเนอร์จากเรื่องดอนมันชินี [4] เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกในซีรีส์ Child’s Play และภาคแรกที่มีตัวละคร Chucky นำแสดงโดย Catherine Hicks, Dinah Manoff, Chris Sarandon, Alex Vincent และ Brad Dourif ฮิกส์รับบทเป็นแม่หม้ายที่ให้ตุ๊กตาลูกชายในวันเกิดของเขาโดยไม่รู้ว่าตุ๊กตานั้นถูกครอบงำโดยวิญญาณของฆาตกรต่อเนื่อง

Child’s Play เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาช่วงวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 โดย MGM / UA Communications Co. ทำรายได้มากกว่า 44 ล้านดอลลาร์เมื่อเทียบกับงบประมาณการผลิตที่ 9 ล้านดอลลาร์

นอกเหนือจากภาพยนตร์ที่ได้รับกระแสตามลัทธิ [8] ความสำเร็จในบ็อกซ์ออฟฟิศทำให้เกิดแฟรนไชส์สื่อที่มีซีรีส์หกภาคต่อสินค้าหนังสือการ์ตูนและภาพยนตร์รีบูตในชื่อเดียวกันที่ออกฉายในฤดูร้อนปี 2019 Child’s Play จัดจำหน่ายโดยเมโทร – โกลด์วิน – เมเยอร์ [9] แม้ว่าสิทธิ์ในซีรีส์นี้จะถูกขายให้กับยูนิเวอร์แซลพิคเจอร์สในปี 1990 [10] ก่อนที่การผลิตใน Child’s Play 2 จะเริ่มขึ้น MGM ยังคงรักษาสิทธิ์ในภาพยนตร์เรื่องแรกและด้วยเหตุนี้จึงแจกจ่ายการรีบูต 2019

เรื่องย่อ
ชาร์ลส์ลีเรย์ฆาตกรผู้ลี้ภัยและฆาตกรต่อเนื่องถูกไล่ตามถนนในเซาท์ไซด์ชิคาโกโดยไมค์นอร์ริสนักสืบคดีฆาตกรรมที่ยิงเขาหลายครั้ง เอ็ดดี้คาปูโตผู้สมรู้ร่วมคิดของเรย์ได้หลบหนีในยานพาหนะโดยไม่มีเขา เรย์บุกเข้าไปในร้านขายของเล่นและตระหนักว่าเขากำลังจะตายจึงร่ายคาถาเฮติโวโดเพื่อให้โอนวิญญาณของเขาไปเป็นตุ๊กตา Good Guy ทำให้ร้านถูกฟ้าผ่าและระเบิด ไมค์รอดชีวิตจากการระเบิดและกลับเข้าไปในร้านอีกรอบเพียงเพื่อให้พบศพและตุ๊กตาของชาร์ลส์

วันต่อมาเมียม่ายชาวกะเหรี่ยงบาร์เคลย์ซื้อตุ๊กตาโดยไม่รู้สึกตัวซึ่งตอนนี้เรียกตัวเองว่า “ชัคกี้” จากคนเร่ร่อนเร่ร่อนเป็นของขวัญวันเกิดให้แอนดี้บาร์เคลย์ลูกชายวัย 6 ขวบของคุณ ต่อมาในเย็นวันนั้นแม็กกี้เพื่อให้นสนิทของคาเรนเลี้ยงแอนดี้ในขณะที่คาเรนทำงานดึก ภายหลังที่แอนดี้เข้านอนแม็กกี้พบว่าชัคกี้นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์ที่มีข่าวเกี่ยวกับชาร์ลส์ลีเรย์ในตอนเย็น คุณนำตุ๊กตากลับไปที่เตียง แต่และจากนั้นก็ถูกตีที่หน้าด้วยค้อนและตกลงไปนอกหน้าต่างจนเสียชีวิต ตำรวจตรวจค้นอพาร์ตเมนต์และนักสืบนอร์ริสถือว่าแอนดี้เป็นผู้ต้องสงสัย ก่อนจะกลับไปนอนแอนดี้อ้างว่าชัคกี้ฆ่าแม็กกี้ คาเรนโกรธตำรวจบอกให้ออกไป

เช้าวันรุ่งขึ้นชัคกี้สั่งให้แอนดี้โดดเรียนแล้วขึ้นรถไฟ “L” ในตัวเมืองชิคาโก ในขณะที่แอนดี้ฟุ้งซ่านชัคกี้แอบเข้าไปในบ้านของเอ็ดดี้และฆ่าเขาด้วยการทำให้แก๊สระเบิด แอนดี้กลายเป็นผู้ต้องสงสัยอีกรอบและถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลจิตเวชอีกรอบหลังจากอ้างว่าชัคกี้ต้องรับผิดชอบในการฆาตกรรม

เมื่อคาเรนหยิบกล่อง Good Guys ขึ้นมาและแบตเตอรี่ก้อนหนึ่งหล่นออกมาคาเรนก็รู้ว่าชัคกี้ทำงานโดยไม่มีพวกเขา คาเรนที่รู้สึกไม่สบายใจเริ่มจุดไฟและขู่ว่าจะเผาชัคกี้ทำให้เขามีชีวิตอยู่ในอ้อมแขนของคุณอย่างร้ายแรง เขารังแกคุณก่อนที่จะวิ่งออกจากอพาร์ตเมนต์ คาเรนไล่ตามเขา แต่ชัคกี้หนีไปได้ คาเรนไปที่โรงพักและอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ไมค์ไม่เชื่อคุณ คาเรนตามหาคนขายของและขอข้อมูลเพิ่มเติมว่าเขาพบตุ๊กตาที่ไหน ขณะที่พ่อค้าเร่พยายามรังแกทางเพศคุณไมค์ช่วยชีวิตคุณและทั้งคู่บังคับให้พ่อค้าเร่ยอมรับว่าเขาเอาตุ๊กตามาจากร้านขายของเล่นที่พังยับเยิน คาเรนพยายามโน้มน้าวไมค์อีกรอบว่าตุ๊กตายังมีชีวิตอยู่ แต่เขาปฏิเสธที่จะเชื่อคุณรับรองว่าเขาฆ่าชาร์ลส์ลีเรย์ หลังจากขับรถกลับบ้านของชาวกะเหรี่ยงชัคกี้ไมค์ถูกโจมตีโดยชัคกี้และในการต่อสู้ต่อมาชัคกี้ถูกยิงบาดแผลของเขามีเลือดออกอย่างลึกลับและทำให้เกิดความเจ็บปวด

ชัคกี้หนีไปหาจอห์นอดีตอาจารย์สอนวูดูซึ่งบอกว่ายิ่งชัคกี้อยู่ในตุ๊กตานานเท่าไหร่เขาก็จะแปลงเป็นมนุษย์มากขึ้นแค่นั้นชัคกี้เรียกร้องให้จอห์นช่วยกลับคาถา แต่จอห์นปฏิเสธ ชัคกี้ทรมานจอห์นให้เปิดเผยว่าเพื่อให้หนีตุ๊กตาชัคกี้ต้องโอนวิญญาณของเขาไปเป็นแอนดี้มนุษย์คนแรกที่เขาเปิดเผยตัวเอง ชัคกี้ฆ่าจอห์นแล้วหนี คาเรนและไมค์มาถึงหลังจากนั้นไม่นาน ก่อนตายจอห์นบอกพวกเขาว่าแม้ว่าชัคกี้จะเป็นตุ๊กตา แต่หัวใจของเขาก็ยังเป็นมนุษย์อย่างบริบูรณ์ในตอนนี้และเสี่ยงต่อการบาดเจ็บสาหัส

ชัคกี้มาถึงโรงพยาบาลที่แอนดี้ถูกคุมขัง ชัคกี้ฆ่าหมอและในกระบวนการแอนดี้ก็หนีกลับบ้าน ชัคกี้เดินตามเขาไปและทำให้เขาหมดสติ ขณะที่ชัคกี้เตรียมที่จะครอบครองเขาคาเรนและไมค์ก็มาหยุดเขา ชัคกี้เฉือนขาของไมค์ แต่คาเรนโยนเข้าไปในเตาไฟ แอนดี้ทิ้งไม้ขีดไฟลงในนั้นเผาชัคกี้ คาเรนและแอนดี้ออกจากห้องเพื่อให้ช่วยไมค์ แต่ชัคกี้ที่ไหม้เกรียมหนีออกจากเตาไฟและไล่ตามแอนดี้ คาเรนยิงชัคกี้หลายครั้งและคาดว่าเขาจะตายอีกรอบ แจ็คคู่หูของไมค์มาถึงอพาร์ตเมนต์ตอนแรกปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องของทั้งสามคน ร่างของชัคกี้พุ่งออกมาทางช่องระบายอากาศเพื่อให้บีบคอแจ็ค ระหว่างการต่อสู้ไมค์ยิงชัคกี้เข้าที่หัวใจในที่สุดก็ฆ่าเขา

ทีมระห่ำ พิฆาตทรชน (Anti-terrorism Special Forces) ภาคแรก

ละคร “ทีมระห่ำ พิฆาตทรชน” (Anti-terrorism Special Forces) นำเสนอเรื่องราวการประจำการของเหล่าตำรวจประจำ “หน่วยดำเนินงานพิเศษต่อต้านการก่อการร้าย” สังกัดกองกำลังตำรวจเเห่งประชาชนจีน  (Chinese People’s Armed Police Force) เนื้อหาในละครกล่าวถึงชีวิต หน้าที่ มิตรภาพ และความรัก ของทีมดำเนินการพิเศษ (SPECIAL POLICE GRP) ซึ่งล้วนยอมสละความสุขส่วนตัว พร้อมอุทิศชีวิตเพื่อให้ปกป้องประเทศชาติและประชาชน

เนื้อหาในละครเริ่มขึ้นเมื่อ “หยางช่าน” ลักลอบออกจากหน่วยดำเนินการพิเศษกลางดึกโดยไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ตนทำจะเปลี่ยนเป็นเรื่องใหญ่และเป็นการผิดวินัยร้ายแรง ผู้บัญชาการ “ฉางเจี้ยนอัน” จึงมอบหมายให้ครูฝึก “น่าหมิ่น” นำกำลังพลไปตามจับตัวหยางช่านกลับมา ในตอนนั้นหยางช่านแวะไปที่อินเตอร์เน็ตคาเฟ่ในละแวกใกล้เคียงเพื่อให้ส่งอีเมล์แจ้งผบ.ฉาง หลังส่งอีเมล์ได้ไม่นาน เขาก็ถูกน่าหมิ่นจับตัวมาคุมขัง ปรากฏว่านับตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยดำเนินการพิเศษเป็นต้นมา ยังไม่เคยมีใครหนีออกจากหน่วยโดยพลการ หยางช่านจึงเป็นคนแรกที่สร้างวีรกรรมดังกล่าวข้างต้น แต่เขาไม่ยอมรับข้อกล่าวหาและเถียงคอเป็นเอ็นว่าตนไม่ได้หนี (เพราะส่งเมล์แจ้งผบ.ฉางแล้ว)

หลังเกิดเหตุดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว น่าหมิ่นจึงนำบุหรี่และสุราไปเยี่ยมหลุมศพของ “หลี่หย่วนเจิง” (อดีตหัวหน้าหน่วยดำเนินงานพิเศษ / พ่อบุญธรรมของหยางช่าน) ด้วยความรู้สึกผิด คุณกล่าวโทษตัวเองที่ฝึกคนๆ เดียวให้ดีไม่ได้ ทั้งยังทำสิ่งที่หย่วนเจิงสู้อุตส่าห์ฝากฝังไม่สำเร็จ คุณจะกรอกเหล้าที่เหลือใส่ปาก แต่หัวหน้าหน่วยดำเนินงานพิเศษ  “ลู่ฉางเฟิง” (ซึ่งมากับผบ.ฉาง) ห้ามไว้เสียก่อน หัวหน้าลู่ทั้งโกรธและผิดหวังที่หยางช่านทำตัวเหลวไหลเป็นเหตุให้ทีมของพวกตนมีประวัติด่างพร้อย ส่วนผบ.ฉางได้แต่นึกสงสัยว่าหยางช่านเกินเยียวยาจริงๆ หรือ

หลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายชิงรถบรรทุกที่ภายในมีอุปกรณ์ทางรังสีวิทยา (สารกัมมันตรังสี) ไปจากโรงพยาบาล หน่วยดำเนินการพิเศษจึงระดมสรรพกำลังออกไล่ล่าคนร้าย ผบ.ฉางคิดใช้โอกาสนี้สร้างแรงบันดาลใจและวามรู้ความเข้าใจในหน้าที่ให้หยางช่าน จึงนำตัวเขาออกจากห้องคุมขังแล้วให้มาเป็นผู้สังเกตการณ์ในรถที่ถูกใช้เป็นฐานบัญชาการเคลื่อนที่ เขาจึงได้ยินผบ.ฉางสั่งการและได้เห็นดำเนินการต่อต้านการก่อการร้ายผ่านทางหน้าจอมอนิเตอร์ หลังคนร้ายไม่ยอมจำนน น่าหมิ่นกับ “จ้าวเสี่ยวโป” ซึ่งรับหน้าที่เป็นพลซุ่มยิง จึงเด็ดหัวสองคนร้ายพร้อมกันอย่างแม่นยำ หัวหน้าลู่เห็นดังนั้นก็โล่งใจ แต่สุดท้ายกลับพบว่ายังมีผู้ก่อการร้ายอีกหนึ่งคนที่เบาะหลัง แถมเขายังกดระเบิดเวลาหมายก่อเหตุระเบิดพลีชีพเพื่อให้ให้สารกัมมันตรังสีรั่วไหล น่าหมิ่นเห็นดังนั้นจึงบุกเดี่ยวเข้าไปในรถและจัดการคนร้ายทันที คุณหยิบระเบิดเวลาขึ้นมาดูอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็ปรับมุมกล้องให้หัวหน้าลู่เห็นระเบิดชัดๆ แล้วรอคำสั่งอย่างใจเย็นทั้งที่เหลือเวลาไม่ถึง 20 วินาที (คุณไม่รู้ว่าต้องตัดเส้นไหน) หยางช่านเห็นดังนั้นก็รู้สึกตระหนกตกใจ หลังวิเคราะห์ภาพระเบิดผ่านจอมอนิเตอร์ราว 10 วินาที หัวหน้าลู่จึงสั่งให้น่าหมิ่นตัดสายวงจรที่อยู่ตรงกลาง และนั่นก็ทำให้ระเบิดหยุดทำงานก่อนถึงกำหนดเวลาเพียง 5 วินาที

หยางช่านทึ่งในความถนัดและความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยดำเนินงานพิเศษ ทั้งยังรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นดำเนินการจริง และนั่นก็ทำให้เขาภูมิใจและเข้าใจบิดาผู้ล่วงลับมากขึ้น เขาอยากเป็นเช่นนั้นบ้างจึงตัดสินใจว่าจะไม่ออกจากทีม ครั้นถูกผบ.ฉางไล่กลับบ้านเขาจึงอ้อนวอนขออยู่ต่อ โดยชี้ว่าตนไม่ได้หนี ไม่กลัวความอยากลำบากหรือกลัวตาย และไม่ต้องการความเป็นอิสระ เขารับปากว่าจะอดทนและตั้งอกตั้งใจฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อแม้ต้องอยู่ในฐานะพลสำรองก็ตาม ผบ.ฉางจึงส่งเขาไปดัดนิสัยและฝึกความอดทนที่หน่วยประกอบอาหาร

ย้อนกลับไปเมื่อแปดเดือนก่อน ผบ.ฉางสั่งให้หน่วยดำเนินงานพิเศษตามจับกุมสมาชิกองค์กรก่อการร้าย “ตะวันดำ” ที่คิดแผนระเบิดโรงงานผลิตสารเคมีย่านเหลาหู่ทานหมายให้เกิดการปนเปื้อนสารพิษรอบๆแหล่งต้นน้ำ โดยมีหัวโจกที่ชื่อ “ซานเมา” (แมวภูเขา)  เป็นผู้บงการ  “หลี่หย่วนเจิง” เจ้าหน้าที่หน่วยดำเนินการพิเศษซึ่งแฝงตัวอยู่ในองค์กรดังที่กล่าวผ่านมาแล้วและทำงานให้ซานเมามานานหลายปีโดยใช้ชื่อว่า “เหล่าเชียง” เป็นหนึ่งในทีมคนร้ายที่ได้รับมอบหมายงานดังกล่าวมาแล้วข้างต้น เขาจึงแอบส่งเบาะแสให้หน่วยดำเนินการพิเศษจนนำไปสู่การสะกดรอยตามและวางกำลังล้อมโรงงานผลิตสารเคมี (ในเวลาเดียวกันนั้น หยางช่านได้นำโดรนที่ผลิตขึ้นเองมาทดสอบบินในสนามกีฬาที่อยู่ติดโรงงานผลิตสารเคมีกับ “หลิ่วซือเหวิน” และบินโดรนล้ำเข้าไปในเขตโรงงาน)

หัวหน้าลู่สั่งให้น่าหมิ่นซึ่งเป็นหนึ่งในพลซุ่มยิงลอบเข้าไปในโรงงาน (ซึ่งถูกวางระเบิดทั่วรอบๆ) เมื่อพบเป้าหมายคุณจึงเข้าประจำการและรอรับคำสั่ง ซานเมาได้รับแจ้งว่ามีสายลับแฝงตัวในทีมวางระเบิดจึงส่งรูปสายลับ (หย่วนเจิง) ไปให้หัวหน้าทีมทางโทรศัพท์ เมื่อหน่วยดำเนินการพิเศษตรวจพบว่ามีการส่งรูปดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ผบ.ฉางจึงสั่งตัดสัญญาณโทรศัพท์และให้กำลังพลของตนสื่อสารผ่านสัญญาณดาวเทียมแทน หัวหน้าทีมวางระเบิดรู้เพียงว่ามีสายลับในหมู่พวกตนแต่ยังไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่เพราะสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดเสียก่อน  เขาจึงเกิดหวาดระแวงและไม่ไว้ใจทุกคน หัวหน้าลู่ส่งรูปหย่วนเจิงให้น่าหมิ่นโดยบอกว่าหย่วนเจิงเป็นสายลับและกำชับให้คุณทำตามคำสั่งเขา เจ้าหน้าที่นายหนึ่งสังเกตเห็นโดรนปริศนาเหนือโรงงานผลิตสารเคมีเลยรีบรายงานหัวหน้าลู่ หัวหน้าลู่จึงสั่งให้ลูกน้องไปจับกุมคนบังคับโดรน และนั่นก็ทำให้หยางช่านกับซือเหวินถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว

หัวหน้าทีมวางระเบิดสงสัยว่าหย่วนเจิงเป็นสายลับเพราะเขาลังเลไม่ยอมกดระเบิดตามคำสั่ง หลังฐานะถูกเปิดโปงหย่วนเจิงจึงต่อสู้กับคนร้ายโดยมีน่าหมิ่นคอยยิงคุ้มกัน ในตอนนั้นหน่วยดำเนินการพิเศษยึดที่โรงงานและจัดการคนร้ายที่กระจายตัวตามจุดต่างๆ ได้เกือบหมดแล้ว คงเหลือเพียงหัวหน้าทีมวางระเบิดที่อยู่ในความรับผิดชอบของหย่วนเจิงกับน่าหมิ่น  หย่วนเจิงพยายามล็อคตัวคนร้ายที่ร่างกายกำยำและแรงเยอะกว่า แต่คนร้ายพยายามดิ้นรนต่อสู้หมายกดปุ่มระเบิดที่อยู่ตรงหน้าให้ได้  หย่วนเจิงมองว่าขืนยื้อยุดต่อไปคงเอาไม่อยู่ เขาไม่ต้องการให้เกิดมหันตภัยจึงส่งสัญญาณมือ (สั่ง) ให้น่าหมิ่นยิงทันที น่าหมิ่นยิงตัดขั้วหัวใจคนร้ายอย่างแม่นยำ แต่เนื่องด้วยหย่วนเจิงยืนอยู่ทางด้านหลังกระสุนจึงพุ่งทะลุร่างของหย่วนเจิงด้วย หย่วนเจิงยกนิ้วโป้งให้น่าหมิ่นก่อนหงายหลังล้มลงไปสิ้นใจตาย น่าหมิ่นเห็นดังนั้นก็น้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ

หลังหย่วนเจิงยอมสละชีวิตเพื่อให้ทำลายแผนชั่วของผู้ก่อการร้าย ผบ.ฉางกับหัวหน้าลู่ก็ได้รับมอบจดหมายสั่งเสียที่หย่วนเจิงเขียนเอาไว้ล่วงหน้าเมื่อหลายปีก่อน (ก่อนไปทำหน้าที่สายลับ) ในซองจดหมายมีรูปครอบครัวซึ่งตอนนั้นหยางช่านยังเป็นเพียงเด็กชาย เขาฝากฝังหยางช่านไว้กับหัวหน้าลู่โดยขอให้ช่วยอบรมและฝึกฝนหยางช่านให้เป็นสุดยอดตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายประจำหน่วยดำเนินการพิเศษเมื่อเติบใหญ่ หลังถูกจับขังคุกเพราะบินโดรนไม่ถูกที่ถูกเวลาจนแทรกแซงและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในที่สุดหยางช่านก็ถูกปล่อยตัว ครั้นออกจากคุกก็พบ “หยางอ้ายผิง” ผู้เป็นแม่ มารอรับทั้งน้ำตา

พอรู้ว่าหย่วนเจิงผู้เป็นบิดากลับมาในสภาพร่างไร้วิญญาณหลังหายสาบสูญไปนานหลายปี หยางช่านก็ถึงกับช็อคและรู้สึกสับสน เขาจำได้ว่าเมื่อหลายปีก่อนหัวหน้าลู่มาที่บ้านและแจ้งว่าพ่อของเขาออกจากทีมโดยพลการขณะแข่งขันดำเนินงานพิเศษในต่างประเทศ หลังจากนั้นก็หายตัวไป เหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้พ่อของเขาโดนประณามว่านำความอัปยศเสื่อมเสียมาสู่หน่วยงาน แต่แล้วอยู่ๆ หัวหน้าลู่ก็กล่าวยกย่องเชิดยกพ่อของเขาว่าเป็นวีรบุรุษต่อต้านการก่อการร้าย เขาจึงทำใจยอมรับไม่ได้ ด้านน่าหมิ่นได้แต่ขังตัวเองอยู่ข้างในห้องและโทษว่าทั้งหมดเป็นความผิดของตน หัวหน้าลู่ชี้ว่าคุณจำเป็นต้องทำตามคำสั่งของหย่วนเจิง เขานำจดหมายสั่งเสียของหย่วนเจิงมาให้คุณดู และสั่งให้คุณรับหยางช่านร่วมทีม (หน่วยดำเนินงานพิเศษกำลังจะเปิดรับสมัครและคัดเลือกตำรวจต่อต้านการก่อการร้าย) จากนั้นก็ฝึกเขาให้เก่งและกล้าแกร่งตามคำสั่งเสียของหัวหน้าหย่วนเจิง

หลังพ่อเสียชีวิตหยางช่านก็พยศหนักขึ้น ซ้ำยังเอาแต่ใจ และนั่งเล่นเกมยิงปืนที่บ้านทั้งวัน เมื่อหัวหน้าลู่ไปหาหยางช่านที่บ้านหมายชวนเขาไปสมัครเป็นตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายประจำหน่วยดำเนินงานพิเศษ เขาจึงรู้จากอ้ายผิงว่าหยางช่านมีโปรไฟล์ไม่ธรรมดาเพราะจบจากมหาวิทยาลัยอากาศยานและอวกาศ แถมยังคว้ารางวัลจากการแข่งเกมยิงปืนระดับโลกอีกด้วย ทั้งที่รู้ว่ามีแขกมาหาแต่หยางช่านกลับยังคงนั่งเล่นเกมโดยไม่มีทีท่าว่าจะออกไปพบ ซือเหวินจึงลงทุนปีนระเบียงขึ้นไปหาที่ห้องและพยายามกล่อมให้หยางช่านออกไปพบหัวหน้าลู่ (ภายในห้องของหยางช่านเต็มไปด้วยของตกแต่งและข้าวของเกี่ยวกับหน่วยดำเนินงานพิเศษ) แต่หยางช่านกำลังหงุดหงิดผิดหวังเรื่องพ่อจึงไม่มีอารมณ์พบใคร ครั้นโดนซือเหวินเซ้าซี้มากเข้าเขาจึงกระโดดระเบียงหนีแต่ดันหลุ่นตุ๊บตรงหน้าแม่กับหัวหน้าลู่ที่ดักรออยู่พอดี

หัวหน้าลู่รู้สึกได้ว่าหยางช่านมีศักยภาพมากพอที่จะเป็นกำลังสำคัญของหน่วยงานตน ก็แค่เขาเป็นเพชรที่ยังไม่ผ่านการเจียระไน ครั้นมองว่าหยางช่านไม่ยอมเปิดใจทั้งที่ลึกๆ แล้วอยากเจริญรุ่งเรืองรอยตามพ่อ หัวหน้าลู่จึงเย้ยว่าหยางช่านไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ (หนีหน้า) เพราะหน่วยงานของตนไม่รับคนขี้ขลาด เขาสบประมาทและพูดท้าทายให้หยางช่านอยากเอาชนะ จากนั้นก็มอบนามบัตรและขอตัวกลับทันที หยางช่านเห็นหัวหน้าลู่กระโดดขึ้นรถจิ๊บแบบเท่ๆ แล้วอดนึกถึงพ่อไม่ได้เพราะเมื่อก่อนพ่อของเขาก็ชอบทำอย่างนี้เช่นกัน อ้ายผิงกับซือเหวินอยากให้หยางช่านเจริญรุ่งเรืองรอยตามพ่อจึงรวมหัวกันสบประมาทหยางช่าน

หยางช่านต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนมองว่าตนมีทักษะจึงยอมไปสมัครเป็นตำรวจต่อต้านการก่อการร้ายประจำหน่วยดำเนินงานพิเศษ ปรากฏว่าเขาเป็นพลเรือนเพียงคนเดียวที่มาร่วมการคัดเลือก แถมทักษะและคุณสมบัติต่างๆ ยังผ่านเกณฑ์อีกด้วย น่าหมิ่นเห็นดังนั้นจึงแจ้งหยางช่านว่าเขาผ่านการคัดเลือก คุณเตือนว่าเขาคงต้องเหนื่อยและฝึกหนักกว่าคนอื่น เพราะทุกคนที่มาสมัครล้วนเป็นตำรวจในสังกัดกองกำลังตำรวจเเห่งประชาชนจีนที่เก่งขั้นเทพและผ่านการฝึกหลักสูตรต่างๆ มาอย่างโชกโชน  (เป็นตำรวจพิเศษที่เชี่ยวชาญด้านการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ สวมยูนิฟอร์มสีเขียวมะกอก ส่วนตำรวจที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนจะสวมชุดสีน้ำเงิน)  แต่แล้วคุณก็ถึงกับอึ้งเมื่อหยางช่านปฏิเสธที่จะร่วมหน่วยดำเนินงานพิเศษด้วยท่าทางอวดดี โดยให้เหตุผลว่าตนมาที่นี่เพื่อให้พิสูจน์ความชำนาญเท่านั้น

“หวังเถี่ยเป้า” (เชี่ยวชาญด้านระเบิด) และเหล่าผู้สมัครคนอื่นๆ ที่ตั้งอกตั้งใจมาสมัครด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าได้ยินหยางช่านพูดจาลบหลู่อาชีพและหน่วยงานตนจึงตรงเข้าทักท้วงด้วยความไม่พอใจ แต่หยางช่านกลับตอบโต้ด้วยคำพูดและท่าทางยียวนกวนประสาทก่อนเดินหนี หลังถูกเถี่ยเป้าคว้าข้อมือไว้หยางช่านจึงชี้ว่าตนมาสมัครเพราะเห็นแก่หัวหน้าลู่แต่ไม่เคยรับปากว่าจะร่วมหน่วยดำเนินการพิเศษ พูดจบเขาก็บอกให้เถี่ยเป้าปล่อยแขนตนแต่เถี่ยเป้ายืนกรานว่าจะไม่ปล่อยจนกว่าจะได้ยินคำขอโทษ หยางช่านไม่ยอมขอโทษซ้ำยังพูดท้าทาย เถี่ยเป้าจึงบิดแขนสั่งสอน แม้จะเจ็บจนร้องโอดโอยแต่หยางช่านยังไม่ยอมปริปากขอโทษ น่าหมิ่นไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้จึงรีบห้ามปรามและบอกให้หยางช่านไสหัวไป ครั้นเห็นหยางช่านแสดงกิริยาวาจาก้าวร้าวใส่หัวหน้าลู่ น่าหมิ่นก็หมดความอดทนและหวิดรังแกร่างกายหยางช่านเสียเอง โชคดีที่หัวหน้าลู่ห้ามไว้เสียก่อน หยางช่านเห็นความเกรี้ยวกราดของน่าหมิ่นจึงมีท่าทีอ่อนลงและขอตัวกลับทันที  น่าหมิ่นเห็นวีรกรรมหยางช่านแล้วรู้สึกผิดหวัง ทั้งยังไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นลูกชายวีรบุุรุษของพวกตน

หัวหน้าลู่โทรฯ หาอ้ายผิงโดยแจ้งว่าหยางช่านผ่านการคัดเลือกทำให้อ้ายผิงดีใจมาก  แต่แล้วคุณก็ทั้งโกรธและผิดหวังเมื่อรู้ว่าหยางช่านปฏิเสธที่จะร่วมหน่วยดำเนินงานพิเศษ อ้ายผิงพาหยางช่านไปที่หลุมศพของหย่วนเจิงแล้วสั่งให้เขาคุกเข่าต่อหน้าพ่อ ซือเหวินเห็นอ้ายผิงกำลังจะเผารูปครอบครัวจึงรีบเผ่านาห้าม อ้ายผิงประกาศตัดแม่ตัดลูกกับหยางช่านเพราะรับไม่ได้ที่เขาทำตัวเหลวไหล ไร้ความรับผิดชอบ คุณกล่าวว่าหลังเผารูปครอบครัวแล้วถือว่าพวกตนตัดขาดกัน และเขาจะไม่ใช่ลูกของหย่วนเจิงอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้คุณจึงพาเขามาคารวะหย่วนเจิงในฐานะพ่อเป็นครั้งสุดท้าย พูดจบอ้ายผิงก็จุดไฟเผารูป หยางช่านเห็นดังนั้นจึงรีบแย่งรูปมาดับไฟแล้วตะโกนลั่นด้วยความอัดอั้นว่า….”พ่ออออ!!!”